posttoday
จบปี 2014 ของตลาดเงิน ด้วยการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

จบปี 2014 ของตลาดเงิน ด้วยการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

29 ธันวาคม 2557

ในสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างเงียบในตลาดการเงินโลก เนื่องจากเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปีและมีวันหยุดหลายวัน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จึงคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 32.85-33 ในสัปดาห์นี้

ในสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างเงียบในตลาดการเงินโลก เนื่องจากเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปีและมีวันหยุดหลายวัน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จึงคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 32.85-33 ในสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ดี มีประเด็นที่ควรติดตามระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน พ.ย. จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า มีพัฒนาการเป็นอย่างไรบ้าง และอาจมีนัยต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในครั้งต่อๆ ไป สำหรับต่างประเทศนั้น มีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ ที่คาดว่าน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี ทว่ากิจกรรมในตลาดการเงินน่าจะยังเบาบาง ทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวไม่หวือหวา

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2015 นั้น เรามองว่าเงินเหรียญสหรัฐจะยังคงแข็งค่าและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขณะนี้ดูไม่สดใสนักเมื่อเทียบกับสหรัฐ ที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและน่าจะเป็นความหวังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปีหน้าได้ ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ ทำให้ ธปท.เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการปรับลดดอกเบี้ยลงอีก ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการออกจากการผ่อนคลายการเงิน ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า

ความแตกต่างของทิศทางนโยบายการเงินระหว่างสหรัฐและไทย จะเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่อค่าเงินบาท เพราะเมื่อไหร่ที่สหรัฐขึ้นดอกเบี้ย ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐจะแคบลง ทำให้ผลตอบแทนของสินทรัพย์ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ในรูปสกุลบาท นักลงทุนจึงมีโอกาสปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนใหม่เพื่อไปถือครองสินทรัพย์ของสหรัฐมากขึ้น และลดการถือครองสินทรัพย์ในรูปเงินบาทลง

ดังนั้น ค่าเงินบาทจึงน่าจะได้รับแรงกดดันให้อยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยธนาคารกสิกรไทยคาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่าขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งปีและเคลื่อนไหวแตะที่ระดับ 33.25 ในช่วงปลายไตรมาสแรก ก่อนที่จะอ่อนค่ามากขึ้นไปอยู่ที่ 34.50 ณ สิ้นปี 2015 ดังนั้นผู้ส่งออกอาจสามารถยิ้มออกได้มากขึ้น ขณะที่ผู้นำเข้าควรปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้ดี

สำหรับค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ นั้น ค่าเงินยูโรยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่ามากขึ้นในปีหน้า ตามการส่งสัญญาณของธนาคารกลางที่ผ่านมา และความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดตามรอยเท้าญี่ปุ่น สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.2225 และปรับอ่อนค่าลงมาแตะที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 1.2164 จากการทบทวนการรายงานจีดีพีในไตรมาส 3 ของสหรัฐ ที่สูงถึง 5% เป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปี ทำให้ดัชนีเงินเหรียญสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นมาสูงที่สุดในรอบ 9 ปีมาอยู่ที่ 90.16 ช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าปิดตลาดที่ 1.2191

ส่วนค่าเงินเยนมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าเช่นเดียวกันในปี 2015 หลังจากสัญญาณเศรษฐกิจยังอ่อนแอ และญี่ปุ่นยังไม่สามารถออกจากภาวะเงินฝืดได้ตามที่ตั้งใจไว้ และสิ่งที่ไทยต้องระวัง คือ ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว และเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยแล้ว ต้นสัปดาห์เงินเยนเปิดตลาดที่ 119.38 และอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์มาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 120 หลังจากความกังวลด้านวิกฤตการเงินรัสเซียเริ่มผ่อนแรงลง ส่งผลให้นักลงทุนกลัวความเสี่ยงลดลงและลดการถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเยน

นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เฟดพิจารณาการปรับดอกเบี้ยในปีหน้า ส่งผลให้ทิศทางนโยบายทางการเงินระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นแตกต่างกันมากขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นยังจำเป็นต้องอาศัยนโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ช่วงท้ายสัปดาห์ตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่น บ่งชี้ว่าราคาสินค้าผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำจากการที่ราคาน้ำมันปรับลดลง ทำให้เงินเยนเคลื่อนไหวอ่อนค่าปิดตลาดที่ 120.25

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน