
เสียงจากอนาคต
ภาพยนตร์สารคดีสำหรับครอบครัว Saving My Tomorrow เล่าเรื่องราวของเด็กๆ ที่สามารถช่วยปกป้องโลกของเราได้
ภาพยนตร์สารคดีสำหรับครอบครัว Saving My Tomorrow เล่าเรื่องราวของเด็กๆ ที่สามารถช่วยปกป้องโลกของเราได้ สร้างโดย เอชบีโอ ด็อกคิวเมนทารี ฟิล์ม และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติอเมริกา
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ แอนิเมชั่น และดนตรีเข้าด้วยกัน นอกจากมีเด็กๆ เป็นดารานำแล้ว ยังมีนักวิทยาศาสตร์มาให้ความรู้ สารคดีเรื่องนี้ยังมีดาราที่ผู้ปกครองชื่นชอบอย่างเช่น นีล เดอกราสส์ ไทสัน, อลัน
คัมมิง, ซูซาน ซาแรนดอน และ เจฟฟรีย์ ไรท์ ปรากฏตัว ศิลปินเพลงอย่าง วิลลี เนลสัน, ซิกกี้ มาร์เลย์, เจสัน มราซ ก็มาร่วมในโปรเจกต์ด้วย หนึ่งในนักร้องนักดนตรีที่มาร่วมงานนี้คือ เลนนอน แอนด์ เมซี พี่น้องสองสาวดูโอเสียงใสซึ่งนำเพลง Big Yellow Taxi ของ โจนิ มิทเชลล์ มาร้องใหม่ ทิน่า เฟย์ เองก็มาบรรยายเรื่องเกี่ยวกับผีเสื้อโมนาร์ค (Monarch Butterfly) ก่อนคนดูจะได้เรียนรู้จากเจ้าหนูคนหนึ่งและแม่ของเขาที่ช่วยแมลงสวยงามชนิดนี้
ใน Saving My Tomorrow เด็กๆ ได้แบ่งปันความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ตั้งแต่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติมาเล่าความรู้ในหลายเรื่องเกี่ยวกับพืชและสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโลก
เอมี่ แชตซ์ ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ เล่าถึงการทำงานว่า พวกเขาอยากนำเสนอเรื่องราวที่ซับซ้อน อย่างเช่น สิ่งแวดล้อมผ่านสายตาของเด็กๆ พวกเขาเริ่มต้นงานด้วยการค้นหาเด็กๆ ทั่วโลก โดยคัดเลือกจากข้อความวิดีโอที่ส่งเข้ามามากกว่า 2,000 วิดีโอจากทั้งแคนาดา ออสเตรเลีย สเปน อินเดีย ฯลฯ ในวิดีโอเด็กๆ ได้บอกเล่าถึงสิ่งที่พวกเขากังวล รวมทั้งสิ่งที่พวกเขารักในธรรมชาติ และคำแนะนำของพวกเขาในการดูแลโลกให้ดีขึ้น
“มันเป็นเรื่องจากเด็กเพื่อเด็กและคุณก็รู้ว่า เรามักจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากการฟังเด็กๆ เสมอ มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมากและให้แรงบันดาลใจ ฉันพบว่าการฟังเด็กๆ ได้ยินมุมมองแง่ดีๆ จากพวกเขา รับรู้ความหวังที่พวกเขามีต่อโลก” ผู้กำกับ Saving My Tomorrow เล่า
ทีมงานตั้งใจที่จะไม่ทำสารคดีให้ดูน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กๆ อยากให้คนดูได้รู้ว่า เด็กๆ คิดอะไรกัน
“หนึ่งในส่วนที่อบอุ่นที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ การได้ยินเด็กๆ ร้องเพลง แสดงความเห็น เขียนบทกวีและปลดปล่อยให้ความคิดของพวกเขาออกมาให้ได้ยิน สิ่งที่เป็นรางวัลสำหรับฉัน คือ การได้พบกับเด็กๆ เหล่านี้ ซึ่งส่งพลังแห่งการคิดบวกและความรู้สึกที่ว่าพวกจะออกไปทำให้โลกเป็นสถานที่ดีขึ้น” เอมี่ บอก
“ในฐานะที่เป็นทั้งผู้กำกับและผู้ปกครอง ฉันรู้สึกว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อเด็กๆ ทำให้พวกเขามีเครื่องมือในการจัดการกับข้อมูลที่จะถูกนำเสนอ เป้าหมายคือ การที่เด็กๆ จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กคนอื่นๆ ได้รู้สึกว่าพวกเขาสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้ พวกเขาสามารถรีไซเคิล พวกเขาสามารถปลูกต้นไม้ที่สวนของโรงเรียน พวกเขาสามารถทำให้ผู้ใหญ่เปลี่ยนหลอดไฟและใช้น้ำน้อยลง ในอีกด้านหนึ่ง มันเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะคิดถึงหมีขั้วโลก และคิดว่าทำไมเราต้องการแมงมุม วิทยาศาสตร์และโลกรอบตัวเป็นสิ่งที่เด็กมีอำนาจที่จะพูดถึง เด็กๆ มีข้อมูลจำนวนมาก พวกเขาพูดคุยกับเราเกี่ยวกับสายใยอาหารและการสังเคราะห์ เมื่อผู้ใหญ่ได้ดู ฉันหวังว่าพวกเขาจะได้แรงบันดาลใจจากเด็กๆ มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะตอบสนองต่อความกังวลของพวกเขา ความกลัวของพวกเขา และการทำงานกับพวกเขาในการดูแลโลกของเรา”
“มันเกี่ยวกับโลกและสังคมมนุษย์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ วิธีที่พวกเขาจะสืบทอดมรดกของโลกนี้ โลกจะมีลักษณะยังไงเมื่อคนรุ่นของเราเป็นผู้นำของโลก ผมเชื่อว่า นี่จะเป็นวิธีที่สำคัญซึ่งจะเปลี่ยนความคิดของผู้คน” หนึ่งในนักเรียนจากภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงความเห็น
Saving My Tomorrow แบ่งออกเป็น 2 ตอน และออกฉายเมื่อกลางเดือนวันที่ 23 และ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา







