
พท.หนุน ริบอำนาจ กกต.
“อุดมเดช” หนุน ริบอำนาจ กกต. ค้าน ส.ว. มีส่วนร่วมถอดถอนฝ่ายบริหาร
“อุดมเดช” หนุน ริบอำนาจ กกต. ค้าน ส.ว. มีส่วนร่วมถอดถอนฝ่ายบริหาร
วันที่27 ธ.ค. นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีแนวทางให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่เฉพาะการควบคุมการเลือกตั้ง แต่การจัดการเลือกตั้งให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐว่า เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวเพราะที่ผ่านมา เมื่อมีการเลือกตั้ง กกต. ก็ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐ มาช่วยในการจัดการเลือกตั้งอยู่แล้ว อาจได้รับความร่วมมือไม่เต็มที่ การให้ส่วนราชการใดรับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งโดยตรงเลยนั้น หน่วยงานนั้นๆอาจทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากกว่าให้มาช่วยงาน กกต. เหมือนที่ผ่านมา เมื่อถามต่อถึงกรณีที่ ให้ กกต.มีอำนาจวินิจฉัยให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ได้ แต่การดำเนินคดีเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง (ใบแดง) กับผู้กระทำความผิด ให้เป็นอำนาจของศาล นายอุดมเดชกล่าวว่า เห็นด้วย เพราะการให้อำนาจศาลในการให้ใบแดงผู้กระทำผิดการเลือกตั้งนั้น น่าจะเป็นธรรมและได้รับการยอมรับมากกว่าการให้ กกต. เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในเรื่องดังกล่าวเอง
เมื่อถามต่อกรณีที่ คณะกรรมาธิการยกร่าง ฯ จะให้ ส.ว. มาจากการสรรหา และสามารถลงมติร่วมกับ ส.ส.ในการถอดถอนนายกฯ และ รัฐมนตรี นายอุดมเดช กล่าวว่า หากดูวิธีการดังกล่าว หมายความว่า กมธ.ยกร่างฯ ไม่ไว้ใจเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งผู้แทนของตัวเองเข้าไปทำหน้าที่ ส.ว. อีกทั้งการเพิ่มอำนาจให้สามารถลงมติร่วมกับส.ส.ในการถอนถอนฝ่ายบริหารได้นั้นหาก ส.ว. ที่ได้รับการสรรหาเข้ามาได้รับสัญญาณจากผู้ที่ทำการสรรหาให้ไปร่วมมือกับฝ่ายค้าน จะสามารถล้มรัฐบาลได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นส่วนตัวจึงมองว่าคนที่จะสามารถถอดถอนผู้ที่ประชาชนเลือกมาได้นั้นต้องเป็นองค์กรที่ประชาชนเป็นผู้เลือกมาด้วยเช่นกัน อีกทั้งการจะให้ ส.ว. พิจารณาคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นคณะรัฐมนตรีนั้น มองว่าไม่ควรที่จะเป็นหน้าที่ของ ส.ว. โดยเฉพาะ ส.ว. ที่มาจากการสรรหา อีกทั้งระยะเวลาที่จะพิจารณาคุณสมบัตินานเท่าใดจึงจะสามารถแต่งตั้งฝ่ายบริหารได้ แล้วหากมีการปรับครม. จะทำให้การบริหารจะสะดุดไปนานเท่าไหร่กว่าการพิจารณาคุณสมบัติจะเสร็จสิ้น







