
ตีปี๊บผลงาน3เดือน ​กู้คะแนนรัฐบาล​
ครบรอบ 3 เดือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขนเมกะแพ็กเกจคืนความสุขมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนแบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการจัดแถลงผลงานครั้งใหญ่
ครบรอบ 3 เดือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขนเมกะแพ็กเกจคืนความสุขมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนแบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการจัดแถลงผลงานครั้งใหญ่
ชัดเจนว่าเป็นไฟต์บังคับในจังหวะเวลาเช่นนี้ ที่รัฐบาลต้องเร่งโหมประชาสัมพันธ์ผลงานให้ประชาชนเพื่อกู้คะแนนนิยม
หลังจากที่ผ่านมาคะแนนนิยมลดลงอย่างต่อเนื่อง จากแรงเสียดทานที่รุมเร้า ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อเนื่องจากช่วงความขัดแย้งทางการเมือง จนธุรกิจ การท่องเที่ยว การค้า การส่งออก ชะงักงัน เรื่อยมาจนถึงกระแสต่อต้านรัฐประหาร ความขัดแย้งภายใน และคลื่นใต้น้ำ
สอดรับกับผลสำรวจหลายสำนักโพลที่ออกมายืนยันว่า แม้ประชาชนจะยังพอใจการทำงานของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่คะแนนความพึงพอใจกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น หากปล่อยให้สถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากจะกระทบไปถึงความเชื่อมั่นรัฐบาล คสช.แล้ว ยังพานจะกระทบต่อไปถึงกระบวนการปฏิรูปอีกด้วย
ที่สำคัญ ในช่วงครบรอบ 3 เดือน ซึ่งถือว่าผ่านพ้นช่วงฮันนีมูนมาแล้ว ความคาดหวังของประชาชนต่อรัฐบาลชุดนี้ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาในสิ่งที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำไม่ได้ ย่อมต้องสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทางกลับกัน ถ้ารัฐบาล คสช.ยังไม่อาจสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ กระแสความไม่พอใจย่อมบานปลายกลายเป็นกระแสต่อต้านในที่สุด
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งรัดไปแต่ละกระทรวงทำสรุปผลงาน และของขวัญปีใหม่ออกมาแจกแจงให้ประชาชนได้รับทราบว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง
เริ่มตั้งแต่ของขวัญปีใหม่ อย่างการจัดงานขายสินค้าราคาถูกให้ประชาชน การยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงเทศกาลปีใหม่การแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร ทั้งเงินช่วยเหลือ ทั้งการพยุงราคา หรือการปรับขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ
เรื่อยมาจนถึงปรับปรุงศูนย์ดำรงธรรมนำสุข แก้ทุกข์ 24 ชม. ติดต่อราชการทันใจ ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน โครงการ OTOP ส่งความสุขปีใหม่ สร้างรายได้ขยายตลาดสู่อาเซียน คลองสวยน้ำใส ถนนสวยเดินได้ ปั่นได้ ค้าขายคล่องตัว ไปจนปากคลองตลาดโฉมใหม่
ผลงานที่หยิบยกมาเป็นของขวัญปีใหม่รอบนี้ แม้จะรู้ว่าต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นแค่การหวังผลคะแนนนิยมเฉพาะหน้าชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น แต่รัฐบาลก็ยังต้องตัดสินใจทำ
เพราะห้วงเวลาที่ผ่านมา กระแสความสนใจพุ่งเป้าไปอยู่ที่เรื่องกระบวนการปฏิรูป ทั้งกลไก สนช. สปช. ไปจนถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จนผลงานของแต่ละกระทรวงที่ไม่เกี่ยวข้องถูกมองว่าเกิดสภาวะชะงักงัน ข้าราชการหลายกระทรวงถูกมองว่ายังใส่เกียร์ว่างรอดูท่าที
จำเป็นต้องเค้นผลงานที่จับต้องได้ออกมาให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจอยู่ไปวันๆ รอรัฐบาลชุดใหม่มารับไม้ต่อตามโรดแมปที่กำหนดไว้เท่านั้น
ยังไม่รวมกับแผนการแก้ไขปัญหาระยะกลาง ระยะยาว ที่กว่าจะเห็นผลสัมฤทธิ์ต้องใช้เวลานาน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ละเลยที่จะบรรจุมาให้เห็นในผลงาน ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ การจัดระเบียบสังคม การจัดระเบียบสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานบริการ
ไม่เว้นแม้แต่ สนช.ที่ถือเป็นหนึ่งในกลไกมือไม้ของ คสช.ที่ยังต้องเร่งผลักดันกฎหมาย ทั้งรองรับการปฏิรูป และปรับปรุงแก้ไขปัญหากฎหมายในอดีตที่เป็นปัญหา ยังต้องเร่งอัดผลงานเพื่อนำมาโชว์เป็นของขวัญปีใหม่
ตัวอย่าง เช่น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม แก้ไขกฎหมายเดิม เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนหลายรายการ ทั้งการเหมาจ่ายคลอดลูกไม่จำกัดครั้ง เพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตรจาก 2 เป็น 3 คน
ทั้งหลายล้วนแต่เป็นสิ่งที่ คสช.และแม่น้ำทั้ง 5 สาย จำเป็นต้องขับเคลื่อนผลงานให้ออกมาเป็นที่ประจักษ์ แม้จะไม่สามารถเรียกคะแนนนิยมได้อย่างล้นหลาม แต่อย่างน้อยก็ป้องกันไม่ให้ความนิยมลดลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่
ที่สำคัญยังเป็นการรักษาความเชื่อมั่นที่มีต่อ คสช.อันจะเป็นหลักประกันได้ระดับหนึ่งไม่ทำให้กระบวนการปฏิรูปที่กำลังเดินหน้าต้องสะดุดก่อนถึงจุดหมาย







