posttoday
ฎีกายืนสั่ง "สมคิด บาลไธสง"จ่าย5แสนอภิปรายหมิ่นทหาร

ฎีกายืนสั่ง "สมคิด บาลไธสง"จ่าย5แสนอภิปรายหมิ่นทหาร

24 ธันวาคม 2557

ศาลฎีกาพิพากษายืน สั่ง “สมคิด บาลไธสง” อดีต ส.ส.เพื่อไทย จ่ายค่าสินไหม 5แสน อภิปรายในสภาหมิ่นนายทหารคุมม็อบเสื้อแดงปี52

ศาลฎีกาพิพากษายืน สั่ง “สมคิด บาลไธสง” อดีต ส.ส.เพื่อไทย จ่ายค่าสินไหม 5แสน  อภิปรายในสภาหมิ่นนายทหารคุมม็อบเสื้อแดงปี52

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ ที่ อ.117/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตา 326 และ 328 สืบเนื่องจาก วันที่ 23 เมษายน 2552 จำเลยได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร พาดพิง พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิ์เดช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ว่าใช้มือกระชากผมหญิงผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงโดยคดีนี้ พ.ท.เกรียงศักดิ์ ผู้เสียหายได้ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาทด้วย

ทั้งนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 328 จึงให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน  500,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยด้วย  ต่อมาจำเลยยื่นฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดี โดยขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องและลดค่าเสียหายให้เป็นธรรมแก่จำเลย

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการพูดอภิปรายของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยสุจริตและไม่มีเจตนาใส่ความผู้เสียหายนั้น ฎีกาของจำเลยดังกล่าวประสงค์ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่าจำเลยอภิปรายใส่ความผู้เสียหายถือว่าเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยกล่าวอ้าง เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทและคดีมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรค 1  คดีจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยประเด็นนี้

คงมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายหรือไม่เพียงใด เห็นว่า การวินิจฉัยคดีส่วนแพ่ง ศาลฎีกาต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 เมื่อข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญารับฟังเป็นข้อยุติว่าจำเลยหมิ่นประมาทผู้เสียหายโดยการโฆษณาแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้เสียหาย จำเลยจึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยศาลสามารถกำหนดได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 วรรค 1  ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายรับราชการทหารมียศพันโททำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมืองและก่อความไม่สงบใน กทม. การที่จำเลยใส่ความผู้เสียหายว่าผู้เสียหายเป็นผู้กระชากผมผู้หญิง ซึ่งเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงหรือบุคคลอื่น ที่เชื่อว่าผู้เสียหายกระทำต่อผู้หญิงจึงเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า  ทำให้ผู้เสียหายและครอบครัวถูกดูหมิ่นเกลียดชัง หรือได้รับอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายได้ 

เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการละเมิดดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 5 แสนบาทจึงเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ