posttoday
จ่อขอหมายจับคดีโกงพระจอมเกล้าลาดพระบังพันล้าน

จ่อขอหมายจับคดีโกงพระจอมเกล้าลาดพระบังพันล้าน

22 ธันวาคม 2557

ตร.กองปราบเตรียมขอออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาพัวพันคดียักยอกเงินพระจอมเกล้าลาดกระบัง 1,000 ล้านบาท

ตร.กองปราบเตรียมขอออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาพัวพันคดียักยอกเงินพระจอมเกล้าลาดกระบัง 1,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาราชการแทน ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม (รรท.ผกก.1 บก.ป.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก รศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำการทุจริต โดยเบื้องต้นพบว่าเงินได้สูญหายไปจากบัญชีธนาคาร ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี 2557 กว่า 1,000 ล้านบาท

พ.ต.อ.จิรภพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง พ.ต.ท.พงษ์ไสว ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้วในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 , 264 , 265 และ 268 ประกอบมาตรา 83 โดยพบว่าหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำความผิดเบื้องต้นอย่างน้อย 2 คน ประกอบด้วย น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และนายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานแล้ว พร้อมได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งทำคดี รวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาในเบื้องต้นมี2คน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องที่ร่วมขบวนการครั้งนี้ กำลังตรวจสอบอยู่ ถ้าหลักฐานไปถึงผู้ใดก็จะออกหมายจับต่อไป เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ส่งผลเสียกับสถาบันการศึกษาอย่างมาก

พนักงานสอบสวนในคดี ระบุว่า คดีดังกล่าว เกิดขึ้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.อำพร ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการของสถาบันว่า เงินกองกลาง ที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง นั้น ได้รับดอกเบี้ยน้อย ยอดเงินฝากไม่งอกเงย จึงทำเรื่องขออนุมัติถอนเงินไปซื้อแคชเชียร์เช็คนำเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ซึ่งมีนายทรงกลด เป็นผู้จัดการสาขา จำนวน 50 ล้านบาทและวันถัดมาก็ถอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขานิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จำนวน 30 ล้านบาท ซื้อแคชเชียร์เช็ค นำเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ด้วย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80 ล้านบาท

ต่อมายอดเงินที่หายไปทั้งหมดถูกอ้างว่าได้นำไปฝากไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาห้างบิ๊กซี สุวินทวงศ์ ซึ่งภายหลังกลับพบว่ามีการทำบัญชีธนาคารปลอม และยอดเงินทั้งหมดถูกถอนออกไปหมดแล้ว

ต่อมาทางคณะกรรมการสถาบันฯได้พบข้อพิรุธเกี่ยวกับเงินกองกลางของสถาบันฯ ที่มีการฝากไว้ในบัญชีธนาคารดังกล่าว จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบ จนพบว่าไม่มีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารแต่อย่างใด ส่วนรายการยอดเงินในบัญชี เป็นเพียงรายการปลอมที่ทำขึ้นเพื่อหลอกลวงว่าเงินยังมีอยู่ในบัญชีธนาคารเท่านั้น สำหรับทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อทางสถาบันฯได้ขอตรวจสอบบัญชี จะพบว่ายอดเงินคงอยู่ปกติ เนื่องจากว่ามีการทำบัญชีปลอมขึ้น โดยการใช้พิมพ์ดีดไฟฟ้าพิมพ์ตัวเลข ตกแต่งบัญชี รวมทั้งยังมีการเอากาวมาแปะประกบกันตรงหน้าที่มีการถอนเงินออกไป ทำให้ดูเหมือนว่ายอดเงินยังคงอยู่ปกติ แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจะพบว่าเป็นบัญชีที่ทำปลอมขึ้น

เมื่อมีการตรวจสอบพบการทุจริตขึ้น ทางสถาบัน จึงตรวจสอบเงินกองกลางทั้งหมดที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารต่างๆ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน จึงพบว่ามีการยักยอกเงินไปแล้วรวมทั้งสิ้น 1,075,037,702 บาท ซึ่งเป็นความเสียหายอย่างมากต่อสถาบันฯ จึงมีการมอบอำนาจทนายความเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด และทางพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 2 ราย

ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวโดยมีเนื้อหาดังนี้

จ่อขอหมายจับคดีโกงพระจอมเกล้าลาดพระบังพันล้าน


 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว