
ผลแห่งบุญ
ช่วงนี้อากาศก็เริ่มเย็นแล้ว ปีเก่าก็กำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะมาถึง เป็นช่วงเวลาที่เราต่างระลึกถึงความดีของกันและกัน
ช่วงนี้อากาศก็เริ่มเย็นแล้ว ปีเก่าก็กำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะมาถึง เป็นช่วงเวลาที่เราต่างระลึกถึงความดีของกันและกัน ให้ของขวัญและคำอวยพร มีการทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันนี้ MQ จึงขอนำเรื่องของผลแห่งบุญที่น่าปลื้มใจมาคุยกันในพระสูตรเกี่ยวกับวิมานวัตถุ ก็มีเรื่องราวมากมายของผู้ที่ได้ทำบุญไว้ แล้วบุญนั้นส่งผลให้ไปเกิดในสวรรค์ได้รับความสุขอันเป็นทิพย์มากมาย ในเรื่องนี้ขอยกมา 2 ตัวอย่าง คือ เรื่อง สุวรรณวิมาน กับ อัมพวิมาน อันเป็นเรื่องที่พระมหาโมคคัลลานะเสด็จไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยฤทธิ์ ได้พบวิมานอันงดงาม จึงได้ถามเทพบุตรเจ้าของวิมานนั้นๆ ถึงคุณงามความดีที่เขาได้ทำไว้เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์
เรื่องแรก คือ “สุวรรณวิมาน” ขอเล่าโดยย่อว่า เป็นวิมานเหมือนภูเขาทอง มีรัศมีสว่างไปทุกส่วน ปกคลุมด้วยข่ายทอง เสาวิมานเป็นเสาแปดเหลี่ยม ทำด้วยรัตนะ 7 ประการ มีพื้นอันน่ารื่นรมย์ใจวิจิตรด้วยแก้วมณีชนิดต่างๆ มีบันได 4 ทิศ ประกอบด้วยห้องต่างๆ งามล้วน ไม่มีแม้ฝุ่นผง ในวิมานนั้นเจ้าของคือเทพบุตรผู้มีผิวงาม มีรัศมีรุ่งโรจน์ดุจพระอาทิตย์อุทัย
ส่วนเรื่องที่ 2 คือ “อัมพวิมาน” โดยย่อคือ เป็นวิมานเสาแก้วมณีสูง 12 โยชน์ มีห้องรโหฐาน 700 ล้วนเสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงาม เทพบุตรผู้มีวรรณะงามผู้เป็นเจ้าของนั่งดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ มีเทพอัปสรแต่งองค์ด้วยทองคำฟ้อนรำอยู่
พระมหาโมคคัลลานะจึงได้ถามถึงว่า “เพราะบุญอันใด ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง มีรัศมีสว่างไสวไปทุกทิศ”
สำหรับสุวรรณวิมานนั้นเทพบุตรได้เล่าถึงบุญที่ทำไว้ (การที่เทวดาจำเรื่องในชาติที่เป็นมนุษย์ได้เพราะเทวดาเกิดโดยโอปปาติกะกำเนิด คือ ปรากฏขึ้นเลยทันทีจึงจำได้ ต่างจากมนุษย์ที่ต้องอาศัยครรภ์มารดาและต้องเกิดเป็นตัวเล็กๆ ค่อยๆ โต) เทพบุตรมีความยินดีที่พระโมคคัลลานะถาม กล่าวว่า ข้าพเจ้าอยู่ในเมืองอันธกวินทะ เลื่อมใสแล้ว ได้สร้างวิหารถวายพระพุทธเจ้าด้วยมือของตน ข้าพเจ้ามีใจเลื่อมใสได้ถวายของหอม ดอกไม้ ปัจจัย เครื่องลูบไล้และวิหาร แด่พระศาสดา เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงได้ผลนี้
อรรถกถาอธิบายโดยละเอียดว่า เขาเป็นอุบาสกมีทรัพย์และมีศรัทธา เขาได้สร้างพระคันธกุฎีที่สมควรถวายเป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ภูเขาหัวโล้นแห่งหนึ่งไม่ไกลหมู่บ้านนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ประทับ แล้วเขาได้บำรุงพระองค์โดยความเคารพ เป็นผู้มีนิจศีล มีศีลสังวรบริสุทธิ์ดี
เมื่อเทพบุตรเล่าถึงกรรมที่ท่านทำไว้ดีแล้ว พระมหาโมคคัลลานะได้แสดงธรรมแก่เทพบุตรและบริวารและนำความมากราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดบริษัทที่ประชุมกันอยู่ เทศนานั้นเป็นประโยชน์แก่มหาชนจำนวนมาก
ส่วนเทพบุตรเจ้าของอัมพวิมาน ก็ดีใจที่ถูกถามตอบว่า เมื่อพระอาทิตย์กำลังแผดแสงในเดือนท้ายฤดูร้อน ข้าพเจ้าเป็นคนรับจ้างทำงานของผู้อื่น กำลังรดน้ำสวนมะม่วงอยู่ ขณะนั้นท่านพระสารีบุตร ลำบากกาย ไม่ลำบากใจ ได้เดินไปทางสวนมะม่วงนั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า ขอโอกาสเถิดเจ้าข้า กระผมขอให้ท่านสรงน้ำ ซึ่งจะนำสุขใจมาให้ ท่านพระสารีบุตร วางบาตรจีวรไว้ เหลือจีวรผืนเดียวนั่งที่ร่มเงาโคนต้นไม้ เพื่ออนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส เอาน้ำใสมาให้ท่าน เพียงเท่านี้ เขาเกิดความปีติซาบซ่านทั่วร่างกาย ด้วยว่า เราได้ขวนขวายบุญแล้ว ภิกษุได้สรงน้ำแล้ว ได้นั่งพักที่โคนร่มไม้มะม่วงที่เราได้รดน้ำแล้ว เขาทำบุญเพียงเท่านี้ เมื่อละโลกมนุษย์ก็ได้มาปรากฏในอัมพวิมาน
อรรถกถาอธิบายโดยละเอียดว่า เขาเป็นคนจนในกรุงราชคฤห์ เป็นคนเฝ้าสวนมะม่วง เขาเห็นท่านพระสารีบุตร เดินมามีเหงื่อท่วม จึงได้ขอให้ท่านนั่งพักและถวายน้ำให้สรงและให้ดื่ม โดยเขาตักน้ำเอง แล้วกรอง
ให้สรง เขาล้างมือล้างเท้าให้ท่านแล้ว ถวายน้ำดื่ม
เมื่อเสร็จเขารู้สึกปีติยินดีเป็นอันมากที่ได้กระทำกรรมอันงาม คือได้ดับความร้อน แม้ว่าท่านพระสารีบุตรจะเป็นพระอรหันต์ จะไม่เกิดความไม่สบายใจเพราะหมดกิเลสแล้ว แต่เกิดความไม่สบายทางกายด้วย เดินมาในทางที่ร้อนท่ามกลางแดดฤดูร้อน การที่เขาได้ทำบุญเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ได้บุญมาก และเขาทำด้วยความตั้งใจ และเกิดความประทับใจ ในชาตินั้นไม่ได้ระลึกถึงเรื่องอื่นเลย เมื่อทำกาละ ผลบุญนี้จึงนำให้เขาได้อัมพวิมาน
ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะร่ำรวย หรือยากจน ก็ทำบุญได้ เพียงแต่ทำบุญด้วยความศรัทธา และปัญญา อีกทั้งทำด้วยมือตนเอง คือ ทำเองจะดีที่สุด ดีกว่า สั่งคนอื่น หรือฝากเขาไป เพราะจะเกิดความปีติยินดี และเกิดบุญกุศลต่อเนื่องมากกว่า ทำแล้วก็นำความดีเหล่านั้นมาระลึกถึงบ่อยๆ เกิดความชื่นใจและบุญกุศลงอกงามเพิ่มพูน ...







