
กมธ.ชี้ปฏิรูปราชการต้องเร่งกระจายอำนาจ
กมธ.บริหารราชการแผ่นดินชงข้อเสนอกระจายอำนาจลงท้องถิ่นสร้างความเข้มแข็ง ต่อที่ประชุมสปช.
กมธ.บริหารราชการแผ่นดินชงข้อเสนอกระจายอำนาจลงท้องถิ่นสร้างความเข้มแข็ง ต่อที่ประชุมสปช.
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายธีรยุทธ หล่อเลิศรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ได้รายงานข้อเสนอต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า ให้จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมและธรรมาภิบาลแห่งชาติ เพื่อรับผิดชอบพัฒนาระบบและกลไกเกี่ยวกับการใช้หลักธรรมาภิบาลบริหารราชการ แผ่นดิน
ทั้งนี้ เพื่อลดการแทรกแซงของภาครัฐในกลไกตลาด การบริหารราชการแผ่นดินต้องจัดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ยึดตามนโยบายพรรคการเมืองที่ใช้หาเสียง ซึ่งสมาชิกสปช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง มีการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และการให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็ก สตรี คนชรา มีส่วนร่วมจัดทำงบประมาณแผ่นดินมากขึ้น
พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ สมาชิก สปช. อภิปรายว่า การจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนตัวเสนอให้ปฏิรูปองค์กรที่มีทำงานคล้ายกัน คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ควรรวมเป็นองค์กรเดียวกัน
ทั้งนี้ เนื่องจากมีหน้าที่คล้ายคลึงกัน คือ ในการตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐ ข้าราชการ และการเมือง ดังนั้น มองว่าไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน แม้กระทั่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ควรนำมารวมไว้ด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ขณะที่ นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช. จังหวัดนนทบุรี อภิปรายว่า ข่าวลือเรื่องการยุบการปกครองส่วนภูมิภาคนั้น เป็นข่าวลือที่แฝงความเป็นจริงมาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมามีกลุ่มบุคคลพยายามจัดการบริหารราชการแผ่นดินเสียใหม่ และยังมีร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดให้จัดการปกครองตนเอง
นายดิเรก กล่าวว่า ถ้าพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกมาจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง เพราะเนื้อหามีการยุบภูมิภาค อาทิ ยกเลิกผู้ว่าฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น ซึ่งส่วนตัวยืนยันว่ายังจำเป็นต้องคงการบริหารราชการส่วนภูมิภาคเอาไว้ เพราะจะเป็นผลดีกับประเทศชาติ
“ถึงเวลาที่ส่วนกลางจะต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้นตามที่ประชาชนต้องการ การที่มีสปช.ก็เท่ากับถึงเวลาแล้วที่เราจะกระจายอำนาจอย่างเต็มที่ ด้วยการกระจายอำนาจให้สู่ท้องถิ่น โดยให้จังหวัดสามารถตั้งงบประมาณขึ้นเอง และเข้ามาชี้แจงที่สภาฯ เพื่อให้การจัดการเป็นไปตามที่ท้องถิ่นต้องการ”นายดิเรกกล่าว
นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีการปฏิรูประบบราชการมาหลายครั้ง แต่ปรากฏว่า หน่วยงานภูมิภาคถูกดึงเข้ามาส่วนกลาง และไม่ขึ้นตรงกับจังหวัดซึ่งเป็นปัญหามาก เพราะผู้ว่าฯไม่สามารถเข้าไปจัดการปัญหาได้ อย่างเช่น กรณีน้ำท่วม เพราะต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง
ประธานกมธ.ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน กล่าวว่า ข้อเสนอแนะทั้งหมดถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยด่วน ไม่ใช่มีเพียง 7 ข้อ ยังมีอีกหลายข้อมากมาย และจะเริ่มดำเนินการหลังจากวันนี้ เพื่อให้ข้อเสนอเป็นแนวทางฏิบัติเป็นรูปธรรม และอยากข้อเสนอแนะดังกล่าวให้กมธ.ยกร่างฯ
ด้านนายปรีชา วัชราภัย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งข้อสังเกตว่า กมธ.ยกร่างฯเห็นด้วยกับข้อเสนอของกมธ.ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งเรื่องการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน การสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้เกิดขึ้นในระบบราชการ การจัดทำงบประมาณให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด โดยจะนำข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาในการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป







