posttoday
‘อนุพันธ์’ เจ็บหนักถูกบังคับขาย เรียกหลักประกันเพิ่ม

‘อนุพันธ์’ เจ็บหนักถูกบังคับขาย เรียกหลักประกันเพิ่ม

16 ธันวาคม 2557

ตลาดหุ้นไทยเจอแบล็กมันเดย์ ดัชนีดิ่งลงเหวลึก 9.17% จ่อเกือบถูกใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ หยุดพักการซื้อขาย เมื่อรูดลงถึง 10% และถือว่ายังต่ำกว่าการปรับตัวลดลง 14.84% เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2549 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าออก

ตลาดหุ้นไทยเจอแบล็กมันเดย์ ดัชนีดิ่งลงเหวลึก 9.17% จ่อเกือบถูกใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ หยุดพักการซื้อขาย เมื่อรูดลงถึง 10% และถือว่ายังต่ำกว่าการปรับตัวลดลง 14.84% เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2549 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าออก

หุ้นไทยปรับตัวลดลงหนักในรอบนี้ ระหว่างวันที่ 4-15 ธ.ค. 2557 ดัชนีหุ้นลดลง 119.27 จุด พบว่านักลงทุนต่างชาติมีแรงขายสุทธิ 13,500 ล้านบาท และมีเพียงนักลงทุนรายย่อยที่เป็นผู้ซื้อหลักเพียงกลุ่มเดียว หรือมียอดซื้อสุทธิ 23,219 ล้านบาท ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวลงหนัก ส่งผลให้มีการบังคับขายหรือฟอร์ซเซลในหุ้นบ้างแล้ว แต่มีการให้เรียกเพิ่มเงินหลักประกัน (คอลมาร์จิ้น) และบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) การซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX โดยเฉพาะในส่วนของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิง SET50 (SET50 ฟิวเจอร์ส) ซึ่งระหว่างวันปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 131.7 จุด เกินระดับคอลมาร์จิ้นใน SET50 ฟิวเจอร์ส จะอยู่ที่ระดับ 17 จุด และระดับฟอร์ซเซลต้องลดลงถึง 39.9 จุด

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  ปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลกระทบต่อดัชนีหุ้นในภูมิภาคนี้ปรับตัวลดลง 1-2% ส่วนไทยระหว่างวันที่ปรับตัวลดลงถึง 9% น่าจะมาจากกระแสข่าวลือต่างๆ ที่ออกมาระหว่างวัน ซึ่งต้องการให้ผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในส่วนของข่าวลือ การสื่อสารทางออนไลน์ เพราะข่าวไม่จริงมีมาก ควรตรวจสอบและใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล รวมถึงควรวิเคราะห์ถึงผลของข่าวลือจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อหุ้นที่ถืออยู่

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรงในวันนี้ได้มีการรายงานความเคลื่อนไหวต่อหน่วยงานกำกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธปท. และกระทรวงการคลัง

“หุ้นที่ปรับตัวลดลงแรงระหว่างวันนั้นเกิดจากการตื่นตระหนก (แพนิคเซล) สังเกตได้จากเส้นกราฟของดัชนีปรับลดวูบลงแรง และมีการดีดกลับที่แรงกลายเป็น V Shape สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง ผู้ลงทุนเริ่มมีเหตุมีผลมากขึ้น กลับมามองพื้นฐานและเชื่อว่าจากนี้ไม่น่าจะแพนิคอีกแล้ว” เกศรา กล่าว

ปิญาภรณ์ สดศรีวิบูลย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันลดลงมา ดัชนีหุ้นไทยก็มีการปรับลดลงมาตามลำดับเช่นกัน และมีแรงปรับลดมากขึ้นหลังวันที่ 28 พ.ย. เพราะกลุ่มโอเปกได้ตัดสินใจคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบเอาไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน โดยวันที่ 1 ธ.ค. ราคาน้ำมันดิบโลกอยู่ที่ 66.39 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และดัชนีหุ้นอยู่ที่ 1,593.82 จุด จากนั้นก็ลดลงต่อเนื่องในทางเดียวกัน จนวันที่ 8 ธ.ค. ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี และวันที่ 12 ธ.ค. ลดมาอยู่ที่ 59.90 เหรียญสหรัฐ และดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,514.95 จุด

อย่างไรก็ดี การปรับลงของดัชนีครั้งนี้ยังสอดคล้องกับช่วงที่ผู้ลงทุนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับหุ้นขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น จากที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับหุ้นขนาดเล็กอย่างกลุ่ม Non SET100 มากกว่า โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าซื้อขายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มเทคโนโลยีการสื่อสาร และ ณ วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มทรัพยากรคิดเป็น 16% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง 4.2% โดยกลุ่มทรัพยากรลงหนักสุดถึง 11% ซึ่งเป็นไปตามภาวะราคาน้ำมันดิบที่ลดลง โดยกลุ่มที่รองลงมาคือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงไป 9.8%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ