
ยุทธศาสตร์บีโอไอเอื้อนักลงทุน
“บิ๊กตู่” การันตียุทธศาสตร์บีโอไอใหม่เพิ่มความสามารถแข่งขัน ปีนี้มีลุ้นขอส่งเสริมแตะ 9 แสนล้าน
“บิ๊กตู่” การันตียุทธศาสตร์บีโอไอใหม่เพิ่มความสามารถแข่งขัน ปีนี้มีลุ้นขอส่งเสริมแตะ 9 แสนล้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2558-2564) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติในระดับหนึ่ง ขณะที่เศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และจะดีต่อเนื่องไปถึงปี 2558 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3.5-4.5%
ขณะนี้รัฐบาลได้ปรับใช้นโยบายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ ระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2558-2564) ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ได้ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นหนักในเรื่องการสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี
นอกจากนี้ จะส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดภาคใต้ รวมถึงกิจการที่รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล การให้ส่งเสริมกิจการที่พัฒนาจากทรัพยากรในประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเกษตร โดยพิจารณาที่มีประโยชน์กับประเทศการให้ผลตอบแทนภาษีแก่ประเทศ
“ยุทธศาสตร์ใหม่จะใช้ เวลา 7 ปี แต่ถ้าทุกคนช่วยกันผมคิดว่าจะเห็นผลเร็วขึ้น ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี เป็นครั้งใหญ่ที่เราลดสิทธิประโยชน์พื้นฐานลง แต่จะช่วยพัฒนาความสามารถแข่งขันให้ประเทศ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นางหิรัญญา สุจินัย รักษาราชการแทนเลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า การส่งเสริมการลงทุนในยุทธศาสตร์ใหม่จะยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ตามเขตที่ตั้ง เหลือเฉพาะพื้นที่ที่มีรายได้ต่อหัวต่ำใน 20 จังหวัดเท่านั้น สำหรับประเภทกิจการที่จะให้ส่งเสริมอยู่ 200 กว่าประเภทกิจการ แบ่งออกเป็นกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีเงินได้ 180 กิจการ อีก 50 กิจการ จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านอากรนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และสิทธิประโยชน์ที่มิใช่ภาษี โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป
สำหรับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7 แสนล้านบาทนั้น ถึงขณะนี้อาจจะถึง 9 แสนล้านบาท เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่จะทะลักเข้ามาขอรับการส่งเสริมในช่วงหลายปีจำนวนมาก
นางหิรัญญา กล่าวอีกว่า จากการประเมินภาพรวมของการลงทุนในปี 2558 คาดว่า จะมีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมมูลค่าประมาณ 8 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีนี้ และยังมีอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้น เช่น งานวิจัยและพัฒนา อุตสาหกรรมไฮเทค อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเข้ามามีส่วนแบ่งในยอดส่งเสริมการลงทุนในปีหน้าประมาณ 30% จากปัจจุบันที่มีอยู่เพียง 10%







