posttoday
อะไรที่ผมยังทำได้ก็จะทำ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็น 'ผักตบชวา'

อะไรที่ผมยังทำได้ก็จะทำ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็น 'ผักตบชวา'

14 ธันวาคม 2557

“สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” นอกจากจะเป็นที่รู้จักของคนในสังคมในฐานะนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์แล้ว

“สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” นอกจากจะเป็นที่รู้จักของคนในสังคมในฐานะนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์แล้ว ในอีกมิติหนึ่งอาจารย์ยังเป็นที่รับรู้ของสังคมและคนไทยในฐานะแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) อีกด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วขณะนี้คนไทยรู้จักอาจารย์สมบัติในฐานะแกนนำม็อบมากกว่าในฐานะนักวิชาการด้วยซ้ำ

อาจารย์สมบัติ เริ่มเล่าว่า การปฏิรูปการเมืองก่อนหน้านี้ได้เคยมีการรวบรวมความเห็นจากฝ่ายต่างๆ เมื่อครั้ง กปปส.ยังชุมนุมอยู่ ซึ่งได้ข้อมูลมาอยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้ยอมรับว่า กปปส.ไม่มีบทบาทอะไรอีกแล้ว

“เลขาเขาสั่งสลายไปละ เป็นแต่อดีต ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว สลายตัวเรียบร้อยแล้ว” คำกล่าวจากอาจารย์สมบัติ

สำหรับจุดยืนทางการเมืองของอาจารย์สมบัติ บอกว่า ณ เวลานี้ คือ การต่อต้านการเมืองที่ไม่ชอบธรรม ทุจริต ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านี้

“นักการเมืองที่ดีต้องมีคุณธรรม และใช้คุณธรรมในการปกครองบ้านเมือง นักการเมืองที่เลวคือนักการเมืองที่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเอง นี่ผมสอนนะ ไม่ใช่เพียงยึดถือ แต่สอนหนังสือมาด้วย และจะไม่เปลี่ยน คนอื่นก็มีจุดของเขา แต่ของผมเป็นแบบนี้”

การทำงานจะต้องตอบสนองแนวทางของ กปปส.หรือไม่? คำถามนี้มีคำตอบออกมาจากอาจารย์สมบัติว่า “เวลาเข้าที่ประชุม คุณก็รู้เราครอบงำใครไม่ได้ ที่ประชุมจะเอาหรือไม่เอา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา กปปส.ก็ต้องเข้าใจนะแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเรามีความเห็นอย่างไรจะเสนอให้ได้อย่างนั้น ต้องเคารพความเห็นคนอื่นด้วย แต่วันนี้ไม่มี กปปส.แล้ว เขาประกาศสลายไปแล้ว ออกมาก็มีแต่อดีต กปปส.”

“กปปส.มากเหลือเกิน มีความเห็นหลากหลาย บางทีอาจจะเป็นประเด็นร่วมกันบางประเด็น แต่แตกต่างเยอะ ไม่ได้หมายความว่ามาร่วมจะมีความเห็นตรงกันทุกเรื่อง แม้กระทั่งคนในพรรคเดียวกัน ที่มีบางเรื่องที่เห็นตรงกัน ไม่ได้เห็นตรงกัน ฉะนั้นอย่าไปสรุปว่าทั้งหมดเห็นแบบนี้”

ขณะเดียวกัน อาจารย์สมบัติยังขยายความถึงคำพูดตัวเองที่เคยพูดว่า กปปส.เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิตว่า “ผมอายุ 63 แล้วนะ ก่อนอายุ 63 ทำอะไรมาบ้าง ผมไม่เคยเข้าป่า แต่ผมเป็นเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ต่อสู้มานี่ เป็นอย่างนี้ แล้วจะบอก กปปส.เป็นทุกอย่างในชีวิตผมได้อย่างไร ผมพูดตรง จะชอบไม่ชอบเป็นเรื่องของเขา และเขาก็ไม่มีสิทธิมาครอบงำ”

“ผมก็เป็นผม ก็ไปร่วมในส่วนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับคนที่ทุจริต จะบอกว่า กปปส.เป็นทั้งหมดของชีวิตผมไม่ใช่”

จากนั้นอาจารย์สมบัติบอกเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของตัวเองในช่วงที่ผ่านมาว่า “จริงๆ แล้วหลักของผม เสนอความเห็น แล้วการเคลื่อนไหวผมก็ไม่มีส่วนร่วม สมัยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผมก็ไม่ได้มีส่วนร่วม แค่ติดตาม ไม่เหมือนสมัยเป็นนักศึกษา ตอนนั้นเป็นเลขาธิการ นั่นผมนำเลย เป็นแกนนำในการเคลื่อนไหว”

“จากพันธมิตรฯ จนมาเป็น กปปส. คนกลุ่มนี้มีจุดยืน คือ การต่อต้านนักการเมืองที่ทุจริต ไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่ทุจริตเข้ามาใช้อำนาจ อาจจะเรียกเป้าหมายร่วมกัน สืบทอดกันมา ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการเติบโตของพลังประชาชนที่ตื่นรู้ นี่สำคัญมาก”

สำหรับแนวทางการทำงานต่อจากนี้ไป อาจารย์สมบัติ ระบุว่า “ตอนนี้เข้ามาปฏิรูปการเมือง ก็ทำการปฏิรูป เมื่อทำบทบาทตรงนี้ก็เคารพมติที่ประชุม ความเห็นของผมตกไปก็คือตก ยืนยันเคารพความเห็นที่ประชุม ตอนนี้เกษียณแล้ว คนอายุ 63 แล้ว ตอนนี้สอนหนังสือแค่พิเศษ บั้นปลายชีวิตคือพระอาทิตย์อัสดง”

“สิ่งที่ผมอยากเห็นที่สุด คือ อยากเห็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมโปร่งใส ได้นักการเมืองที่ดีมาปกครองประเทศมาถึงวันนี้ประเด็นนี้ดูจะสิ้นหวัง มันระบาดรุนแรงขึ้น มีวิธีซื้อแปลก โดยเฉพาะเอาภาษีประชาชนมาซื้อ นี่เสียหายมากขึ้นเยอะ แล้วอย่างเช่นนโยบายรับจำนำข้าว ไม่ว่าชอบไม่ชอบ จะต้องใช้หนี้ 30 ปี ถ้าคุณชอบก็ใช้หนี้ด้วยความสบายใจ ถ้าคุณไม่ชอบก็จะใช้หนี้ด้วยความทุกข์ แต่ได้ใช้หนี้แน่ อะไรที่ผมยังทำได้ก็จะทำให้มากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นผักตบชวา”

เรื่องความเป็นกลางทางการเมืองของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่โพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์สมบัติอย่างเข้มข้น ภายหลังนิด้าได้เข้ามาเป็นตัวละครหนึ่งที่สำคัญในทางการเมือง

“โอ้ ที่ทำมานี่ คุณไปตรวจสอบดูได้ว่าสถาบันแห่งนี้มีความเที่ยงตรงทางวิชาการและเคารพความเห็นของคนทุกคน ผมเป็นอธิการบดี จะมีความเห็นหลากหลาย แต่เป็นสิ่งที่เราทำ ตัวตนเราเป็นอย่างนี้ ถ้าไปทำงานที่ไหนนานๆ เขาก็เอาสังกัดเป็นแบรนด์ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องกังวลอะไร นิด้ามีจุดยืนชัดเจน เรื่องวิชาการ เรื่องการบริหารจัดการที่ยึดหลักธรรมาภิบาล นี่คือจุดยืนสำคัญ ฉะนั้นคนที่มาอยู่นี่ก็ต้องรู้ว่านิด้าเป็นอย่างนี้ ไม่ว่าใคร อาจารย์สมบัติหมดหน้าที่อธิการบดี คนอื่นก็ยังพูดเหมือนกัน”

เวลานี้ที่มีนักวิชาการจากนิด้าเข้ามามีบทบาทในการเมือง จะเรียกได้ว่าเป็นนิด้าคอนเนกชั่นได้หรือไม่? อดีตอธิการบดีนิด้า ตอบว่า “ก็เหมือนกับอาจารย์ที่อื่น เรามีน้อยนะ ธรรมชาติของพวกเราเชื่อในจุดยืนของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องล็อบบี้ เราเคารพความคิดคนอื่น ไม่ก้าวก่าย เขาก็มีสิทธิของเขา”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ