
พท.แปลงร่างเสื้อแดงเดินสายปลุกอิสาน-เหนือสู้
...ทีมข่าวการเมือง
ถึงจะเพลี่ยงพล้ำจากสมรภูมิ
“ราชดำเนินราชประสงค์” จนเสียคะแนนนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯ เห็นผลผ่านการเลือกตั้ง สข.ในกรุงเทพฯ ที่พรรคเพื่อไทยพ่ายเรียบทว่า พลังเสื้อแดงในถิ่นรากหญ้า ภาคเหนือและภาคอีสานยังเข้มแข็ง กระทั่งรัฐบาลก็ยังหนักใจที่ไม่สามารถสยบกระแสเสื้อแดงได้
แต่ถึงจะเข้มแข็งประดุจหินแดงปานใด แต่ระดับแกนนำเพื่อไทยวิเคราะห์ว่า ถ้าถูกรัฐบาลใช้แผนปรองดองด้านเดียว กระหน่ำไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าการแช่แข็งเครือข่ายทักษิณไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงิน
ขยายผลสอบสวนคดีก่อการร้าย กระชากหน้ากากไอ้โม่งชุดดำ การเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ที่โยงไปถึงการ์ด นปช. ฯลฯ หากเพื่อไทยไม่เปิดเกมรุกกลับ ก็อาจตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำซ้ำสอง
ยิ่งบรรยากาศในต่างจังหวัด พื้นที่แดง
“อีสานเหนือ” วันนี้คนเสื้อแดง ขวัญหนีดีฝ่อ ที่พี่น้องที่ไปร่วมรบในกรุงเทพฯ ต้องเสียชีวิตมิตรรักอย่างแกนนำ นปช.หรือแกนนำดีเจวิทยุชุมชนต่างจังหวัด ก็ถูกคุมตัว ไม่มีพีทีวีและวิทยุชุมชนคู่ใจ ให้ได้ดูได้เห็น ถูกปิดเพราะอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ผู้แทนอีสาน เพื่อไทย ตั้งวงวิเคราะห์ว่า การกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาล ทำให้ภาพของม็อบแดงติดลบหนักว่า ทำลายบ้านเมืองและล้มสถาบัน คนเสื้อแดงอีสานเหมือนถูกโดดเดี่ยว ขวัญกระเจิง
สส.อีสานของพรรค ต้องรีบเยียวยาจิตใจด่วน ไม่ให้ความว้าเหว่ตรงนี้ เป็นช่องว่างให้ฝ่ายตรงข้ามที่กำลังรุกกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ อัดฉีดนโยบายแก้ปัญหาสินค้าเกษตร ปัญหาหนี้สิน ฉกชิงมวลชนไปได้
พรรคเพื่อไทยใช้ช่วงปิดสมัยประชุมสภา 2 เดือนนี้ ปรับกลยุทธ์เดินสาย เอกเซอร์ไซส์เพราะถ้ายิ่งนิ่ง แค่แถลงข่าวตอบโต้ไปวันๆ หรือให้
“เสด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สร้างข่าวยื่นเรื่องตรวจสอบไปตามหน่วยงานต่างๆ ก็คงไม่สามารถดิ้นออกจากการถูก “มัดมือมัดเท้า” ได้ยุทธศาสตร์เพื่อไทยเน้นที่ต่างจังหวัด ฐานเสียงและเมืองหลวงสีแดง โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขอเป็นแม่ทัพเดินสายไปเปิดปราศรัยย่อย และประชุมสัมมนา สส.พรรคในต่างจังหวัด เริ่มจาก ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก
นี่เป็นยุทธวิธีฟื้นพลังสีแดงแทน
“สามเกลอ” ที่ถูกแบนเคลื่อนไหวไม่ได้ อย่างน้อยเชื่อว่าอีกครึ่งปีถึงจะชุมนุมใหญ่ ยืดเส้นยืดสายได้แต่ปัญหาหลักที่เครือข่ายทักษิณ
“เพื่อไทยเสื้อแดง” ถูกตีกรอบ ขยับซ้ายขยับขวาไม่ได้นั่นคือ การที่รัฐบาลยังคงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 24 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพฯ เพื่อควบคุมสถานการณ์สกัดกั้นการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา แกนนำเพื่อไทยตั้งแต่หัวจนถึงหาง ข้ามไปถึงฝั่งแกนนำ นปช.ได้ออกมาเรียกร้องทุกครั้งให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่เป็นกฎหมายเผด็จการ คุกคามเสรีภาพประชาชน
เพราะตราบใดที่ยังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่สามารถเปิดพีทีวี วิทยุชุมชน กระบอกเสียงที่ทรงอานุภาพของเสื้อแดงได้
สิ่งสำคัญ เสื้อแดงชุมนุมไม่ได้ ใครฝ่าฝืนต้องถูกจับกุม จนแดงหลายคนขยาดที่เห็นภาพแกนนำ นปช.
“อ.ยิ้ม” สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการจุฬาฯค่ายเสื้อแดง ถูกจับกุมเพราะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินการเดินสายตระเวนครั้งนี้ จึงเลี่ยงจังหวัดที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่จะเลาะตะเข็บไปจังหวัดข้างเคียง กระตุ้นหัวใจห่อเหี่ยวของชาวเสื้อแดงให้กลับมาคึกคัก
เนื้อหาหลักที่เพื่อไทยจะนำไปใช้เลี้ยงกระแส หนีไม่พ้น กรณีเหตุการณ์การชุมนุมเสื้อแดง
ที่จะโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือด ปราบปรามประชาชน ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพี่น้องเสื้อแดง 70 ศพ
มีการเตรียมคลิปตัดต่อ ภาพทหารยิงประชาชน ภาพศพเสื้อแดง ตรึงอารมณ์มวลชนให้เกลียดชังรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผสมกับเนื้อหาด้านนโยบายของพรรคเพื่อไทย บรรจุเป็นซีดี 1 ล้านแผ่นแจกจ่ายให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศ
อีกด้านคือ การต่อยอดจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน ที่
“ขุนพลเฉลิม” เปิดหมวกไว้ในโครงการรถไฟฟ้าสีม่วงที่ โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ค่ายเนวิน ดูแลว่า มีเงินหาย 6,001 ล้านบาท ผลประโยชน์ทับซ้อนของปู่จิ้น ชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ผู้ก่อตั้ง บริษัท ซิโนไทย ที่ได้โครงการนี้รวมถึงการใช้อำนาจมิชอบ การส่อทุจริตในกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่า ข่าวการซื้อเก้าอี้ผู้ว่าฯ อธิบดีฯ การสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ การให้เปิดร้านขายอาวุธปืนที่มีผลประโยชน์มหาศาล ฯลฯ
การรุกทุจริตก็เพื่อถล่ม พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งอีสาน
ยิ่งขณะนี้พรรคสีน้ำเงิน นอกจากทุนหนาแล้ว ยังโด๊ปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นหัวคะแนนหาเสียงในพื้นที่ ทั้งจัดอบรมอาสาสมัคร
“ปกป้องสถาบัน” หมู่บ้านละ 50 คน คอยแย่งมวลชนจากเสื้อแดงเพื่อไทยเดินสาย สองปมหลัก อภิสิทธิ์ปราบประชาชน กับ การทุจริตในรัฐบาล เชื่อว่าแค่โครงหลักสองเรื่องนี้ก็ตุนแต้มเสื้อแดงไว้ได้สบายๆ ยากที่พรรคเนวินจะมาช่วงชิงได้
ที่พับเก็บไม่เน้นเหมือนแต่ก่อน คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เคยเป็นจุดเด่นในยุครัฐบาลทักษิณ และเพื่อไทยอวดอ้างสรรพคุณมาตลอด วันนี้ทีมวอร์รูมเพื่อไทยประเมินว่า ถ้าใช้เศรษฐกิจนำ ก็จะตกอยู่ใต้วงล้อมรัฐบาล ที่มีผลงานตัวเลขด้านต่างๆ ทั้งท่องเที่ยว ส่งออก อัตราการเติบโตเศรษฐกิจเด่นชัดไม่น้อย หรืออาจจะมากกว่ายุคทักษิณด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ยังสังเคราะห์ว่า กระแสสังคมไม่สนใจเรื่องปัญหาเศรษฐกิจเท่าไร เพราะรู้ว่ากำลังไปได้ดี แต่อยากรู้ว่าประเทศจะยุติความขัดแย้งอย่างไร
ดังนั้น นอกจากจะขายเรื่อง
“ศพ” แล้ว ต้องทำให้เห็นว่า หากเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลจะไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้า ซึ่งอาจต้องลดโทนแคมเปญ พาทักษิณกลับบ้านหรือการนิรโทษกรรมเหล่านี้ขับเคลื่อนไม่ยาก เพราะภูมิใจไทยก็ยอมรับในความร้อนของเสื้อแดง โดยก่อนชุมนุมเสื้อแดงมีการทำโพล พบว่า ภูมิใจไทยเป็นรองแทบทุกจังหวัดในภาคอีสาน และหลังเหตุการณ์พฤษภาอำมหิต กระแสเสื้อแดงก็แรงทวีคูณจนไม่มีพรรคใดหยุดอยู่
ความยิ่งใหญ่ของเพื่อไทยจึงตั้งเป้าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะกวาดที่นั่งภาคอีสานให้ถล่มทลายกว่าเดิมจากปัจจุบันมี สส. 8090 คน จะเพิ่มให้ได้ 120 เสียง จาก 136 เสียง ส่วนภาคเหนือจะรักษาที่เดิมไว้ 45 จาก 54 ที่นั่ง
แต่กว่าจะอุ่นเครื่องถึงวันเลือกตั้ง ลูกพรรคเพื่อไทยต้องเหงือกแห้งอีกนาน เพราะช่วงม็อบแดง สส.เพื่อไทย ก็หมดปัจจัยกับการจุนเจือเสื้อแดงมาก นายใหญ่และน้องๆ เครือชินวัตรยังถูกแช่แข็ง ไม่มีสัญญาณใดๆ จากหมายเลขที่ท่านเรียก งานนี้จึงต้องตัวใครตัวมันไปก่อน







