
น้ำตาควาย
ผมยังเด็ก ภาระของผมก็แค่เลี้ยงควายตัวเดียวไม่ให้มันอดตาย แต่พ่อกับแม่ของผมท่านต้องเลี้ยงดูลูกๆ ถึง 10 คน
ผมยังเด็ก ภาระของผมก็แค่เลี้ยงควายตัวเดียวไม่ให้มันอดตาย แต่พ่อกับแม่ของผมท่านต้องเลี้ยงดูลูกๆ ถึง 10 คนที่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอนไม่ให้อดตาย ซึ่งผมคิดว่าเป็นภาระที่หนักมาก ในใจผมสงสารท่านเหลือเกิน แต่ผมไม่รู้จะช่วยเหลือท่านได้อย่างไร
ลำพังตัวเองก็รับรู้และสัมผัสกับความหิวโหยอยู่เป็นประจำจนทำให้ผมชิน มองเห็นความอดอยาก ความยากจนเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่เคยห่างหายไปจากผมเลย
ผมเลี้ยงควายตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กเล็กๆ พอโตขึ้นมาหน่อย แข็งแรงขึ้นมีเรี่ยวมีแรงที่จะทำงานหนักๆ ได้ ประกอบกับไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว ผมก็ต้องรับผิดชอบทำไร่ไถนาให้กับครอบครัว เพราะพ่อกับแม่ก็แก่ตัวลงไปทุกวัน
วันเวลาที่ผ่านไปชีวิตของทุกคนก็เปลี่ยนไปตามที่ฟ้าลิขิต บรรดาพี่สาวของผมได้แต่งงานมีเหย้ามีเรือนกันไปหมด ส่วนพี่ชายสองคน คือ พี่ซิวซา กับพี่ซิวหวุก ได้เดินทางไปอยู่เมืองไทย และพี่ชายอีกสองคน พี่ซิวฟอ กับพี่ซิวสอน ก็มีครอบครัวแยกย้ายกันไปดูแลครอบครัวของตัวเอง แต่ก็ยังอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กัน พี่ๆ ยังแวะมาช่วยเหลือ เยี่ยมเยียนอยู่เป็นประจำ
คงเหลือแต่น้องเล็กอย่างผมคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่กับพ่อแม่ และต้องเป็นหลักให้กับพ่อแม่ที่เริ่มแก่ชราลง
ผมเรียนรู้การทำไร่ไถนาสารพัดอย่าง ร่างกายที่เริ่มแข็งแรงของผมสามารถทำงานหนักได้อย่างไม่กลัวเหนื่อย แต่ควายที่ใช้เป็นควายเด็กมันก็ไม่ต่างกับคน เมื่อยังเด็กก็ทำงานได้ไม่มากเหมือนผู้ใหญ่ ควายก็เช่นกันเมื่อมันยังเด็กก็ใช้งานมันได้ไม่เต็มที่ ให้มันทำงานหนักเกินแรงก็ต้องให้มันพักเป็นช่วงๆ
บางครั้ง...ขณะที่ผมกำลังใช้มันไถนาอยู่นั้น มันก็ล้มลงกับพื้น ครั้งแรกที่เห็นมันล้มลงกับผืนนา ผมตกใจเพราะคิดว่ามันจะตาย แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่ายังไม่ตาย มันยังหายใจแต่ล้มเพราะหมดแรง สิ่งที่สะเทือนใจผมก็คือ ผมเห็นน้ำตาของมันไหลพรากออกมาจากขอบตาทั้งสองข้าง ผมสงสารมันมาก เจ้าควายคงทำงานเหนื่อยหนักจนแทบขาดใจ มันยังเด็กกำลังไม่พอที่จะทำงานเหมือนควายหนุ่ม แต่ผมจำเป็นต้องใช้มัน เมื่อต้องฝืนเดินลากคันไถจนไปต่อไปไม่ไหว มันก็เลยล้มลงดื้อๆ อย่างนั้น
ผมสารภาพอย่างไม่อายว่า ผมเองก็ร้องไห้ไปกับมันด้วย เพราะสงสารที่ต้องใช้งานควายเด็กอย่างมันแบบไม่มีทางเลือก คิดในใจว่าถ้าผมพอมีเงินทองบ้างก็จะหาซื้อควายหนุ่มที่มีแรงเอามาใช้งานแทน แต่ก็ได้เพียงคิด ในความเป็นจริงยังต้องจำใจใช้งานมันด้วยความสงสารต่อไป
แทบทุกครั้งเมื่อให้มันไถนาไปได้ราว 20 นาที ควายเด็กของผมก็จะน้ำตาไหลพรากและล้มลงอย่างหมดแรงเสมอ ซึ่งผมก็ร้องไห้เสียน้ำตาไปกับควายเพื่อนยาก เพราะความสงสารมันเช่นกัน
ผมยังเห็นภาพตัวเองที่กำลังถือคันไถให้ตั้งขึ้น เพื่อให้หัวไถขุดลึกลงดิน การทำเช่นนั้นควายเด็กที่ผมใช้งานมันก็ต้องออกแรงลากไถหนักขึ้นมาก มันจึงเหนื่อยจัดจนต้องล้มลงไปนอน แต่ถ้าผมใจอ่อนไม่ไถให้ลึก ควายก็จะลากคันไถอย่างเบาแรง คันไถก็จะขุดดินได้แค่ตื้นๆ ซึ่งไม่ได้ผลดีในการเพาะปลูก ควายสบายตัวแต่ผมไม่ได้ประโยชน์ เราก็เลยต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไปเรื่อยๆ การที่ผมต้องใช้ควายขุดดินให้ได้ลึกจึงต้องทนเห็นมันลากคันไถจนน้ำตาไหลพราก แต่ก็ยอมให้มันล้มตัวลงนอนพักทุกๆ 20 นาที
ผมจึงรู้สึกหดหู่ทุกครั้งที่ไถนา แม้ผมจะได้งานแต่ควายก็เหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่มันก็อยู่รับใช้ผมเรื่อยมา ผมว่าบางทีควายมันอาจเข้าใจและขอบคุณผมอยู่เหมือนกันที่เปิดโอกาสให้มันได้พักบ้าง ไม่ใช่ใช้งานหนักโดยไม่มีเวลาพัก ซึ่งมันอาจจะตายไปตั้งแต่ช่วงปีแรกที่ผมใช้มันลากคันไถก็เป็นได้ และนั่นเป็นเหตุการณ์ที่ผมกล้าพูดว่า...ลืมน้ำตาควายและสายตาแห่งความเหนื่อยอ่อนของมันไม่ลง
ทุกวันนี้ภาพควายร้องไห้นั้นยังติดตาตรึงใจผมอยู่เสมอ ทำบุญครั้งใด ผมก็จะอุทิศส่วนกุศลผลบุญไปให้มันทุกที







