posttoday
ผีพนันหลอนเศรษฐกิจ

ผีพนันหลอนเศรษฐกิจ

10 มิถุนายน 2553

...ทีมข่าวการเงิน

 

พนักงานทุจริตเงินแบงก์เพราะติด “พนันบอล” เป็นปัญหาหนักอกของสถาบันการเงินที่แก้ไม่หาย

ถ้ายังจำกันได้ คดีฉาวโฉ่ช็อกวงการเงินเมื่อปี 2551 คือ คดีโคตรโกงของนายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช พนักงานธุรกิจสาขาอาวุโส ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ยักยอกทรัพย์ธนาคารไปกว่า 400 ล้านบาท เพื่อหาเงินไปใช้หนี้โต๊ะพนันบอล

นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน นายกัญชัย วัฒนวงศ์ อายุ 35 ปี อดีตพนักงานอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้โกงเงินลูกค้าไปเกือบ 60 ล้านบาท เพราะติดพนันจนหนี้สินล้นพ้นตัว

นี่เป็นเพียงคดีตัวอย่าง ยังไม่นับรวมคดีที่ถูกปกปิดเป็นเรื่องภายใน เพราะขึ้นชื่อว่าสถาบันการเงินชื่อเสียงและความมั่นคงถือเป็นหัวใจ

ดังนั้น แม้ธนาคารจะมีกฎเกณฑ์วางไว้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่เมื่อศึกฟุตบอลโลกเวียนมาอีกครั้ง ธนาคารจึงต้องทำทุกวิถีทาง ทั้งออกหนังสือเวียนมาย้ำกฎระเบียบเพื่อป้องปราม ทำแคมเปญรณรงค์ ผ่านเสียงตามสาย โทรทัศน์ภายใน ไม่ให้พนักงานเล่นพนันบอลเด็ดขาด

เพราะการที่พนักงานแบงก์ติดการพนัน ถือเป็น “ความเสี่ยง” ประเภทหนึ่ง หากเล่นพนันจนมีปัญหาการเงิน โอกาสที่พนักงานจะทุจริตเงินแบงก์ หรือเงินลูกค้ามีสูง

และกรณีที่พนักงานแบงก์โกงเงินลูกค้า ก็เป็นหน้าที่ของแบงก์ที่จะต้องชดใช้เงินคืนให้ลูกค้า แล้วค่อยตามไปไล่เบี้ยกับพนักงานทีหลัง ซึ่งโอกาสได้เงินคืนถือว่าน้อยมาก

ทำให้แบงก์ต้องบริหารความเสี่ยงโดยถือว่าการเล่นพนันเป็นการผิดวินัยร้ายแรง ต้องสอบสวน และอาจถูกลงโทษถึงขั้นหนักสุด ถึงขั้น “ไล่ออก” ไม่ได้รับเงินชดเชย แล้วยังต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาอีกด้วย

นายอดิศวร์ หลายชูไทย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับว่า ธนาคารเอาผิดได้เฉพาะกรณีที่พนักงานเล่นพนันในเวลางาน หรือใช้อุปกรณ์ของธนาคารเล่นพนัน กรณีเล่นพนันในเวลาส่วนตัว คงไม่สามารถเอาผิดได้

อย่างไรก็ดี ธนาคารพยายามรณรงค์ให้พนักงานดูบอลเป็นกีฬาเพื่อความสนุก ไม่ให้ดูเพื่อพนัน สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่กระทบต่อหน้าที่การงาน

ด้านนางเฟื่องฟ้า วัฒนปกรณ์ ผู้จัดการสาขา สำนักงานใหญ่ สีลม ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในระบบธนาคาร เปิดเผยว่า สถาบันการเงินเข้มงวดกวดขันเรื่องการเล่นพนันทุกรูปแบบ เพราะสถาบันการเงินต้องมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งภาพลักษณ์ของพนักงานจะสะท้อนมายังภาพลักษณ์ขององค์กร

แม้พนักงานจะเล่นพนันในเวลาส่วนตัว แต่ถ้ารู้ ต้องถูกลงโทษ เพราะปัญหาส่วนตัวเสี่ยงต่อการทุจริตได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานที่สัมผัสเงินโดยตรง แต่พนักงานที่ทำงานแบ็กออฟฟิศก็มีโอกาสทุจริตได้เช่นกัน

โดยยอมรับว่า พบปัญหาพนักงานเล่นพนันทุกปี เพราะยุคนี้คนเล่นไม่ได้พนันเฉพาะบอลโลก แต่พนันนัดฟาดแข้งในลีกต่างๆ ด้วย

สอดคล้องกับธนาคารนครหลวงไทย โดยนายเชิด สรรพนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว มีพนักงานคนหนึ่งเล่นพนัน แม้จะไม่ได้โกงเงินแบงก์ แต่เจ้าหนี้มาทวงหนี้ถึงแบงก์ สุดท้ายพนักงานคนนั้นถูกไล่ออก ไม่ได้รับเงินชดเชย และไม่เพียงแต่พนันบอลเท่านั้น การติดพนันทุกรูปแบบ เช่น เล่นหวย มีโทษไล่ออกเช่นกัน

สำหรับความเลวร้ายของการพนันบอลในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะมีวงเงินสะพัดหมุนเวียน เพื่อเล่นพนันฟุตบอลโลกของคนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประมาณ 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2549 ซึ่งในครั้งนั้น คนกรุงเทพฯ เล่นพนันฟุตบอลประมาณ 7,700 ล้านบาท

ขณะที่จำนวนผู้ที่เล่นพนันฟุตบอลโลกในกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้นประมาณ 1.12 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 0.88 ล้านคน เมื่อเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2549

โดยกลุ่มผู้เล่นพนันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ส่วนใหญ่ประมาณ 46.9% เป็นกลุ่มที่เล่นพนันฟุตบอลเป็นประจำ ทั้งฟุตบอลอังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส หรือสเปน เพื่อเสี่ยงโชคหรือหวังด้านรายได้อยู่แล้ว

มีบางกลุ่มที่เล่นพนันเฉพาะรายการใหญ่ๆ เช่น ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) และฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้เล่นพนันเฉพาะกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า แหล่งพึ่งพิงทางการเงินที่นักเล่นพนันฟุตบอลใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นเงินเดือนของตนเอง สัดส่วน 27.8% รองลงมา 24.1% จะมาจากเงินที่เก็บสะสมไว้

อีก 21% จะใช้เงินที่ยืมจากเพื่อน/ญาติหรือคนในครอบครัว และมีถึง 14.9% ที่จะใช้แหล่งเงินจากการกู้ยืมเงินมาจากแหล่งต่างๆ อาทิ ธนาคาร บัตรเครดิต และเงินกู้นอกระบบ ซึ่งแหล่งเงินในส่วนนี้จะก่อปัญหาให้กับผู้เล่นพอสมควร เนื่องจากเป็นเงินที่เกิดจากการกู้ยืม

รวมทั้งบางส่วนยังมีภาระทางด้านดอกเบี้ยที่สูงเช่น เงินกู้นอกระบบ หรือเงินกู้จากบัตรเครดิต ซึ่งหากชำระล่าช้า จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถจะชำระได้ ซึ่งอาจเกิดปัญหาการฟ้องร้อง หรือการทวงหนี้ที่รุนแรงตามมา

ผู้บริหารแบงก์พาณิชย์ ยอมรับว่า การขจัดปัญหาติดการพนันงอมแงมเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่สังคมไทยยังเป็นสังคมของการเล่นพนัน

การแก้ปัญหาของธนาคารทำได้โดยการวางระบบป้องกันความเสี่ยงการทุจริตภายใน ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และระบบบัญชีที่ทันสมัยขึ้น

หากพนักงานต้องดูแลเงินจำนวนมากถึงระดับหนึ่ง ต้องให้พนักงานที่อาวุโสกว่าหรือผู้บังคับบัญชามารับรู้ด้วย เป็นการคานอำนาจและตรวจสอบ ไม่ให้กระบวนการเสร็จสิ้นในคนเดียว ซึ่งช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง

“แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะถ้าคนที่จะโกงก็จะหาทางโกงจนได้ ยิ่งเป็นคนภายในด้วยแล้ว จะต้องตีหัวเอาเงินจนได้” ผู้บริหารแบงก์ระบุ

ปัญหาการพนันฟุตบอล จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเสี่ยงโชคอย่างเดียว แต่ยังเป็นปัญหาสังคมตามมา

นับเป็นความสูญเสียที่ค่อยๆคืบคลานทั้งทางด้านการเงินและอาชีพการงาน

หากรัฐบาลและเอกชนปล่อยให้เกิดภาวะ “สถานการณ์พาไป” แบบนี้ ก็นำไปสู่ความความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นทุกปี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ