
ไทย-พม่าร่วมชี้ชะตาไอทีดีบริหารทวาย
เดินหน้าประชุมคณะกรรมการร่วมทวายต้นปีหน้า “ไอทีดี-โรจนะ” ลุยพัฒนา 4 โครงการยักษ์
เดินหน้าประชุมคณะกรรมการร่วมทวายต้นปีหน้า “ไอทีดี-โรจนะ” ลุยพัฒนา 4 โครงการยักษ์
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 7-9 ม.ค. 2558 จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-พม่า เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายฯ (เจเอชซี) ที่กรุงเทพฯ โดยผู้แทนฝ่ายไทยจะมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับรองประธานาธิบดีพม่า
ทั้งนี้ ในการประชุมจะมีการพิจารณาเงื่อนไขโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมในระยะเริ่มต้น ซึ่งได้มีการเปิดประมูลให้ภาคเอกชนเข้ามาประมูลโครงการไปแล้ว และมีภาคเอกชนจากประเทศไทยเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้พัฒนาโครงการเพียงรายเดียวคือ บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ไอทีดี) และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งหากคณะกรรมการเจเอชซีให้ความเห็นชอบในเงื่อนไขก็จะเริ่มเดินหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจทวายได้ทันที
นายอาคม ชี้แจงว่า บริษัทร่วมทุนระหว่างไอทีดีและบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ นั้น เสนอให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวพิจารณา 4 โครงการย่อย ซึ่งเดิมบริษัท ไอทีดี ได้ก่อสร้างบางส่วนไปแล้วตั้งแต่ได้รับสัมปทานโครงการทวาย ได้แก่ 1.การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมขนาดเล็กบนพื้นที่ 27 ตารางกิโลเมตร 2.โครงการท่าเรือขนาดเล็ก 3.การก่อสร้างถนนลาดยางจากตัวโครงการไปถึงชายแดนบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี และ 4.โรงไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่จะตั้งขึ้นในพื้นที่โครงการในระยะเริ่มต้น
“หากคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ บริษัทร่วมทุน ไอทีดี-โรจนะ จะดำเนินการในลักษณะผู้พัฒนาโครงการที่สามารถนำพื้นที่ภายในโครงการระยะเริ่มต้นไปขายหรือให้สิทธิเช่ากับเอกชนที่จะเข้าไปตั้งโรงงานในพื้นที่ในรูปแบบเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ” นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ถือว่ามีความสำคัญและเป็นโครงการยุทธศาสตร์ของอาเซียน อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกของไทย เชื่อมโยงฐานผลิตระหว่างนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกและท่าเรือแหลมฉบังของไทยกับโครงการทวาย
ปัจจุบัน ไทยมีโครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์เชื่่อมระหว่าง อ.บางใหญ่-กาญจนบุรี มูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การสนับสนุนในโครงการทวายของประเทศญี่ปุ่นนั้น ขณะนี้ญี่ปุ่นตอบรับในการให้ความช่วยเหลือเชิงวิชาการในส่วนการเข้ามาร่วมลงทุนยังไม่มีความชัดเจน







