
อ้างแดงชุมนุมทำทัวร์เจ๊งปล้นฆ่าชิงรถ
ตำรวจอุดรฯรวบยกแก๊งปล้นฆ่าชิงรถยนต์อ้างแดงชุมนุมทำทัวร์เจ็ง
ตำรวจอุดรฯรวบยกแก๊งปล้นฆ่าชิงรถยนต์อ้างแดงชุมนุมทำทัวร์เจ็ง
พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะแถลงผลจับกุม “คดีปล้นฆ่าชิงรถขายลาว” ของกองกำกับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ภาค 4 โดยการนำของ พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก. บก.สส.ภ. 4 ได้ผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย 1.นายเฉลิมเกียรติ หรืออ้อม เคนรักษา อายุ 28 ปี เลขที่ 184/3 ม.7 ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย , 2. นายเกรียงไกร หรือเด่น อุ่นแก้ว อายุ 25 ปี เลขที่ 31 ม.7 ต.ท่าบ่อ และ 3.นายชำนาญ หรือเล้ง ลิ้มดำเนิน อายุ 41 ปี เลขที่ 178 ม.3 ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย
ทั้งนี้ได้นำของกลาง รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนด์ ทะเบียน กน-3096 ขอนแก่น , ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก , ปลอกกระสุนปืนลูกซองสั้น เบอร์ 12 1 นัด และ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว , โทรศัพท์มือถือโนเกีย-ไอโมบาย-ไอโฟน 3 เครื่อง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ใช้อุบายลวงนายอัศวนนท์ ใจขาย อายุ 48 ปี เลขที่ 40 ม.7 ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ไปใช้อาวุธปืนยิงที่ริมถนน ม.7 ต.บ้านถ่อน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย และลากศพไปทิ้งในป่า ก่อนชิงรถปิดอัพอีซูซูก 4 ประตู ทะเบียน กค-3767 หนองคาย เอาไปขายข้าม สปปล.ที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เป็นคนเริ่มต้นคิดเพราะเดือดร้อนเงิน จะต้องเอาไปจ่ายค่าเทอมให้ภรรยา ทีเรียนอยู่วิทยาลัยเอกชน ปวส.ปี 2 และยังเริ่มตั้งท้องอ่อนๆ จากรายได้ที่ขาดหายไปแรมเดือน ซึ่งปกติจะมีรายได้จากการเป็นนายหน้า จัดทำหนังสือเดินทางให้นักท่องเที่ยว ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาว และจัดหารถรับส่งรายได้วันละ 300-400 บาท หากเป็นเสาร์อาทิตย์จะได้วันละ 500-600 บาท แต่เมื่อมีการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ กทม.และหนองคาย นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมาก็ขาดรายได้ โดยไปชวนนายชำนาญ (พ่อตา) และนายเกรียงไกร (ญาติทางพ่อ)
นายเฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า ประมาณต้นเดือนพ.ค.ไปติดต่อชาวลาว นายหน้ารับซื้อรถยนต์จากไทย มีใบสั่งรถปิดอัพโตโยต้า 4 ประตู ราคา 300,000 บาท ไม่จำกัดว่าเป็นรถหนีไฟแนนช์ หรือรถอะไร เมื่อหารถโตโยต้าไม่ได้มีเพียงรถอีซูซุผู้ตาย ซึ่งมีอาชีพรถรับจ้างเถื่อนที่สะพานไทยลาว จึงลองโทรไปถามนายหน้าชาวลาว เมื่อเขาตอบตกลงจึงไปซื้อปืน 3,500 บาท วางแผนให้คนโทรว่าจ้างไปรับของที่ อ.ท่าบ่อ โดยตนเองและนายเกรียงไกรฯ ขอติดรถไปลงที่ อ.ท่าบ่อด้วย ระหว่างทางขอให้จอดรถลง “ฉี่” เพื่อจะใช้ปืนจี้ชิงรถ
“ วันนั้นเป็นเวลาประมาณบ่ายโมงเศษ เจ้าของรถยืนอยู่ข้างรถ ผมชักปืนออกมาพร้อมกับใช้หัวแม่มือขึ้นนก แล้วยกแขนชูปืนจ่อไปที่เหยื่อ ไม่ได้ตั้งใจจะยิงเพียงแค่ขู่ แต่นกปืนยังไม่ถึงสลัก และนิ้วหัวแม่มือหลุดปืนจึงลั่น กระสุนถูกที่หัวด้านขวาเสียชีวิตทันที จึงร่วมกับเพื่อนลากศพไปทิ้งในป่า ค้นเอาเงินในกระเป๋า 10,000 บาท ขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุ มุ่งหน้าไปที่นัดหมาย พร้อมโทรให้พ่อตาขับรถตามมารับ แต่พอมาถึงที่หมายคนซื้อไม่พอใจ ให้เงินเพียง 130,000 บาท ถ้าไม่ขายก็เอารถกลับ จึงยอมขายในราคานั้น แล้วเอาเงินมาแบ่งกัน จนมาถูกจับกุม" นายเฉลิมเกียรติ กล่าว







