
จีดีพีปีหน้าโต 3-3.5% จับตาภาษี-ราคาพลังงาน
หุ้นส่วนประเทศไทยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2558 ลงจาก 4.8% เหลือ 3-3.5% เพราะการลงทุนภาครัฐที่ต่ำกว่าคาด จากการเบิกจ่ายการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังปี 2557 ขณะที่ปี 2557 ได้ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจจาก 1.6% เหลือ 0.8%
หุ้นส่วนประเทศไทยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2558 ลงจาก 4.8% เหลือ 3-3.5% เพราะการลงทุนภาครัฐที่ต่ำกว่าคาด จากการเบิกจ่ายการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังปี 2557 ขณะที่ปี 2557 ได้ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจจาก 1.6% เหลือ 0.8%
อีกทั้งการบริโภคภาคครัวเรือนยังถูกกดดันจากภาวะหนี้ครัวเรือน และจะฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2558 มาจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 เป็นต้นมา แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชัดเจนมากขึ้น คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้าระบบ 6.8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล อาทิ การปรับโครงสร้างภาษีและโครงสร้างราคาพลังงาน รวมถึงการผลักดันโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เป็นต้น ส่วนการเปลี่ยนแปลงในต่างประเทศที่สำคัญคือการปรับทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐ ซึ่งนอกจากจะไม่มีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) อีกต่อไปแล้ว ยังจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีอีกด้วย
อีไอซีคาดว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากขึ้น เพราะมุมมองของนักลงทุนต่อช่วงเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลเศรษฐกิจค่อนข้างมาก และยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีโอกาสปรับขึ้นในปี 2558ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีการค้าในช่วงไตรมาส 2 รวมถึงความตั้งใจของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะผลักดันให้เงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเช่นกัน ในขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยเศรษฐกิจประเทศหลักอย่างเยอรมนีอ่อนแอกว่าที่คาด รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของทั้งสหภาพยุโรปและรัสเซียก็เป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ส่วนเศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนในไตรมาส 3 ทำให้มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ที่เศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวไม่ถึงเป้าหมายที่ 7.5% ตามที่รัฐบาลจีนประกาศไว้
ดังนั้น จึงมีโอกาสที่รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อให้การเติบโตของเศรษฐกิจจีนบรรลุเป้าหมาย เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในปี 2558 เศรษฐกิจสหรัฐยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากปีนี้ แต่ต้องจับตาดูการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งอีไอซีคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2558
ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นหลังจากธนาคารกลางยุโรปออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่จะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนมากขึ้น และรัฐบาลก็พร้อมที่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนจะยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากปีนี้ ตามความต้องการในประเทศที่ชะลอตัวลงจากการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 2 โดยขยายตัวได้ 4.2% (เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าปรับฤดูกาล และคิดเป็นอัตราการเติบโตต่อปี) หลังจากที่หดตัว 2.1% ในไตรมาสแรกเนื่องจากสภาพอากาศผิดปกติ
การใช้จ่ายบริโภคภาคครัวเรือนขยายตัวได้ถึง 2.5% โดยเฉพาะการซื้อสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ขยายตัวสูงถึง 14.3% สูงที่สุดในรอบ 5 ปี นอกจากนี้การลงทุนภาคเอกชนทั้งเครื่องมือเครื่องจักรและการก่อสร้างก็ขยายตัวสูงเช่นเดียวกัน ในส่วนของตลาดแรงงานฟื้นตัวได้ดี การจ้างงานนอกภาคเกษตรใน 8 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.19 แสนคน/เดือน สูงกว่าครึ่งหลังของปี 2556 ที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.85 แสนคน/เดือน ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 6.1% ในเดือน ส.ค. ซึ่งลดลงจาก 6.7% ในไตรมาสแรก และอัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.6% ซึ่งเข้าใกล้ระดับเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ 2% มากขึ้น
อีไอซีคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ไม่ต่ำกว่า 3% ในครึ่งปีหลัง 2557 จนถึงปี 2558 ภาวะตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของภาคครัวเรือนและสนับสนุนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมก็ยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ เดือน ส.ค. อยู่ในระดับ 59.0 สูงสุดในรอบ 3 ปี บ่งบอกว่าภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างแข็งแกร่งในระยะต่อไป (ดัชนีสูงกว่า 50 หมายถึงภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัว) โดยในปี 2558 เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวได้ 3.2% สูงขึ้นจากปีนี้ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.1%
อีไอซีมองว่าเฟดจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในช่วงกลางปี 2558 เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เฟดทยอยลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยมาตรการซื้อสินทรัพย์จะสิ้นสุดลงเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากระดับปัจจุบันที่ 0-0.25% หลังจากที่มาตรการคิวอี 3 สิ้นสุดลงไปอีกระยะหนึ่ง







