posttoday
กมธ.ชี้ข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ-ครม.หวังแก้ระบบอุปถัมภ์

กมธ.ชี้ข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ-ครม.หวังแก้ระบบอุปถัมภ์

08 ธันวาคม 2557

กมธ.ปฏิรูปการเมืองชี้ข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ-ครม.เพื่อต้องการแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน

กมธ.ปฏิรูปการเมืองชี้ข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ-ครม.เพื่อต้องการแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายประสาร มฤคพิทักษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการมีมติให้เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีโดยตรง ใช้วิธีให้ประชาชนมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ 1 ใบเลือกส.ส. และ 1 ใบเลือกคณะรัฐมนตรี  ส่วนตัวเป็นเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว เพราะมองว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจให้นายกรัฐมนตรีมากเกินไป ปัจจุบันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นศูนย์รวมอำนาจในการทำงานอยู่แล้ว  และเชื่อว่าไม่สามารถแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ได้จริง

ส่วนเหตุผลที่เสียงข้างมากเสนอรูปแบบดังกล่าว นายประสารระบุว่า เพราะต้องการให้นายกรัฐมนตรีทำงานครบ 4 ปี และเหตุผลดังกล่าวสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน รวมถึงจะได้เห็นหน้าตาของคณะรัฐมนตรี และจะยังมีผลช่วยตัดระบบอุปถัมภ์ เชื่อว่ามติดังกล่าวคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก แต่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังสามารถอภิปรายในที่ประชุมสปช.ได้อีกครั้งในวันที่ 15-17 ธ.ค.นี้   และยังมี นายชัยชิดชอบ พลโทฐิติวัจน์ กำลังเอก และกลุ่มนักวิชาการอีกบางส่วน ที่จะขอสงวนความเห็น   โดยแนวคิดดังกล่าวเป้นข้อยุติในชั้นกรรมาธิการแล้ว ส่วนภาพรวมทั้งหมดจะไปจบที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เสนอให้เลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรงว่า ในวันนี้หากที่ประชุมรับรองมติก็พร้อมนำมติดังกล่าวส่งที่ประชุมสปช. โดยให้เหตุผลถึงข้อดีในการเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรงว่าประชาชนจะได้เห็นหน้าตาและรายชื่อของคณะรัฐมนตรีก่อนตัดสินใจเลือกตั้ง และสามารถสืบค้นประวัติได้ก่อน เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจลงคะแนน

ส่วนข้อกังวลในการตรวจสอบนั้น ยอมรับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบเดิมนั้นไม่ได้ผล แต่ครั้งนี้จะมีการประยุกต์โดยให้คณะกรรมาธิการสามารถเรียกนักการเมืองที่ถูกกล่าวหามาไต่สวนได้ รวมถึงสามารถส่งฟ้องต่อศาลการเมืองเพื่อเอาผิดได้ทันที เช่นเดียวกับอำนาจในการถอดถอนยังเป็นของสมาชิกวุฒิสภา แต่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองจะต้องมีการหารือว่าจะทำอย่างไรให้การถอดถอนเป็นผลสำเร็จ

ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยังมีอำนาจในการตรวจสอบเช่นเดิม แต่จะต้องมีการหารือเรื่องที่มาของ ป.ป.ช. ที่จะต้องปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ซึ่งหากที่ประชุมรับรองมติภายในวันนี้จะส่งเรื่องดังกล่าวให้สปช. ให้ความเห็นและจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ