posttoday
รักและศรัทธา (3)

รักและศรัทธา (3)

07 ธันวาคม 2557

ธรรมะเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ไม่จำกัดเวลา สถานที่ หรือรูปแบบ ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในตอนก่อนหน้านี้ว่า

ธรรมะเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ไม่จำกัดเวลา สถานที่ หรือรูปแบบ ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในตอนก่อนหน้านี้ว่า การฝึกเจริญสติสามารถทำได้ในทุกชั่วขณะ แต่การทดลองฝึกปฏิบัติที่มีรูปแบบ กำหนดช่วงเวลาและสถานที่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี แม้ว่าจะไม่ประสบผลอย่างที่ต้องการ เพราะสิ่งสำคัญคือการนำกลับมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้ได้มากกว่า ในตอนนี้ผู้เขียนจะทบทวนถึงชั่วขณะระหว่างปฏิบัติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจิตของเรานั้นแส่ส่าย โจนทะยานไปได้อย่างไม่มีทิศทาง ก่อนที่จะพบ (สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าเป็น) ความมหัศจรรย์ในตอนหน้า

เนื่องจากการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ ผู้เขียนได้รับคำแนะนำให้ปิดวาจา งดการพูดคุยให้มากที่สุด และรวมถึงการงดการอ่านและเขียนด้วย การพูดคุยนั้นสามารถทำได้ค่อนข้างดี เพราะไม่คุ้นเคยกับเพื่อนผู้ร่วมปฏิบัตินัก จึงไม่ค่อยได้สนทนากับใคร มีการตอบข้อสงสัยบ้างเมื่อมีการซักถาม สิ่งที่ผู้เขียนต้องฝึกงดที่สุดคืองดการอ่าน โดยปกติผู้เขียนมักพกหนังสือติดตัวเป็นประจำไม่ว่าจะเดินทางไปใกล้ไกลแค่ไหน รวมถึงสมุดบันทึกเล่มเล็ก ซึ่งการเดินทางเพื่อปฏิบัติธรรมครั้งนี้ จำต้องงดนำไปทั้งสองอย่าง สิ่งเหล่านี้สอนอะไรผู้เขียน

แต่ละวันของการปฏิบัติ ผู้เขียนได้ฟังธรรมะบรรยายที่มีเนื้อหาดีมาก เมื่อผู้เขียนไม่มีทั้งสมุดและปากกาในการจดบันทึก สิ่งที่ผู้เขียนได้ฝึกคือการจำ ในวันแรกรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะได้ฟังสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็อยากจะบันทึกไว้ แต่ในวันหลังๆ พบว่าเป็นข้อดี ที่เราได้รู้ข้อจำกัดของสมองตัวเอง เราสามารถจำได้เป็นบางเรื่องและพยายามจับเอาสาระสำคัญของธรรมะบรรยายไว้ แม้ไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยได้ฝึกการฟัง เป็นการฟังอย่างมีสติ

การปฏิบัติดำเนินไปอย่างยืดหยุ่น ไม่เคร่งครัดบีบคั้นมากนัก ในการปฏิบัติรวม 1 ชั่วโมง ผู้เขียนรู้สึกบังคับตนเองได้ดี ส่วนการปฏิบัติแยกแต่ละบุคคล มีอิสระที่จะเลือกรูปแบบใดในการปฏิบัติก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะสลับกันระหว่างการนั่งสร้างจังหวะและการเดินจงกรม ซึ่งแต่ละคนเลือกพื้นที่ในการปฏิบัติได้ทั้งบนศาลาและด้านล่าง วันหนึ่งผู้เขียนเลือกลงจากศาลาเพื่อปฏิบัติเดินจงกรม และพบว่า การฝึกงดการอ่านเป็นอีกข้อที่ต้องอาศัยความอดกลั้นมากทีเดียว เพราะเมื่อเดินจงกรมไปมาบริเวณชั้นหนังสือ ผู้เขียนไม่หลงเหลือสติ ได้แต่เดินไป มองหนังสือไป เล่มนี้ก็น่าอ่าน เล่มนั้นยังไม่ได้อ่านเลย อยากอ่านมานานแล้ว หรือปฏิบัติอีกหนึ่งชั่วโมงแล้วอ่านหนังสือดีกว่า แต่คำแนะนำของกัลยาณมิตรที่เตือนมาล่วงหน้าว่าไม่ให้อ่านก็กลับเข้ามาในความคิด ผู้เขียนจึงปฏิบัติต่อไปโดยไม่อาจดับความอยากอ่านหนังสือลงได้เลย

จิตที่ปรุงแต่งก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้อย่างชัดแจ้งในเวลาเข้านอน เรานอนกันบนกุฏิแม่ชีบนเขากลางป่า มีกุฏิอื่นด้วยแต่อยู่ห่างกันออกไป คำว่าเราหมายถึงผู้เขียนไม่ได้นอนคนเดียว แต่เหตุเกิดเมื่อเพื่อนร่วมกุฏิต้องเดินทางกลับก่อน แต่ผู้เขียนคิดว่าไม่เป็นปัญหาเพราะปกติอยู่บ้านก็นอนคนเดียว คืนนั้นหลังทำวัตรเย็นและปฏิบัติรวม ผู้เขียนเดินขึ้นเขาไปพร้อมเพื่อนที่นอนอีกกุฏิเลยไปเพราะกลัวหลงทาง ผู้เขียนตัดสินใจนอนในเต็นท์ ซึ่งกางไว้บริเวณระเบีบงกุฏิที่เปิดโล่งเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายเข้าไปนอนในกุฏิ หลังนั่งสร้างจังหวะได้ประมาณ 20 นาที จึงสวดมนต์และปิดไฟฉายเข้านอน ขณะนั้นความคิดของตนเองช่างร้ายกาจ ปรุงแต่งได้อย่างน่ากลัว ผู้เขียนได้ยินเสียงเท้าคนเดินมาที่กุฏิ จึงเริ่มสวดมนต์ สลับกับการภาวนาพุทโธ เพื่อให้ตัวเองหลับ หลังจากบังคับตนเองจนเหนื่อย จึงเริ่มหันมาดูร่างกาย พบว่ามีอาการเกร็งทั้งตัว โดยเฉพาะที่ขาทั้งสองข้าง ผู้เขียนพยายามผ่อนคลายร่างกาย ขยับนอนในท่าที่สบาย แต่ยังคงนอนไม่หลับเช่นเดิม ห้ามความคิดปรุงแต่งไม่ได้ ยิ่งห้ามยิ่งเหนื่อย รวมทั้งไม่สามารถอยู่กับความกลัวได้เลย มีสติกลับมาบางจังหวะ เช่น ได้ยินเสียงบางอย่างกระทบเป็นจังหวะและไม่รู้ว่าคือเสียงอะไร จนได้สติจึงรู้ว่าเป็นเสียงนาฬิกาเดิน ทั้งๆ ที่นาฬิกาก็อยู่ที่เดิมและเดินอย่างนั้นตั้งแต่วันแรกที่นอนที่นี่ เมื่ออ่อนล้ามาก ร่างกายหลับลงอัตโนมัติ แต่ยังคงรู้สึกตัวเป็นครั้งคราวตลอดคืน รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อร่างกายรู้สึกเย็นขึ้นเหมือนทุกเช้าที่สัมผัสได้เวลาตื่น แต่ยังไม่ทันคิดว่าจะฉายไฟดูนาฬิกาหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงระฆังที่คุ้นเคย แต่ในใจยังคงถาม เสียงระฆังจากวัดไหนกัน แต่เมื่อได้ยินเสียงหอนรับระฆังที่คุ้นเคย ก็รู้ตัวทันทีว่าไม่ทันทำวัตรเช้าแน่แล้ว

การฝึกเจริญสติเป็นช่วงเวลาหนึ่ง
ที่เราจะได้อยู่กับตนเอง เป็นชั่วขณะพิเศษที่ได้เรียนรู้ตนเอง แม้ว่าจะพบอุปสรรคภายในมากมาย แต่สิ่งที่ค้นพบนั้นคุ้มค่ามากนัก บางทีอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับใครต่อใคร แต่สำหรับผู้เขียนเป็นเรื่องพิเศษที่สุดในชีวิต และจะเขียนเล่าต่อในตอนจบตอนหน้า

การปฏิบัติธรรมหรือการทำความดี มีทั้งแรงผลักและแรงดึง แรงผลักคือทำเพราะกลัวบาป กลัวความผิด กลัวการลงโทษจึงทำ แม้ว่าในพุทธศาสนาไม่มีบทบัญญัติบังคับให้ปฏิบัติธรรม แต่มีแรงดึง เช่น กัลยาณมิตรที่จะชักชวนและนำพาให้เราลงมือทำกรรมดีได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ