
ยธ.สั่งรื้อสำนวนคดีบ.อันตนนำเข้าไม้สัก 200 ล้าน
ตรวจสอบพบ 5 ประเด็น ”ธาริต”ส่อใช้ดุลพินิจไม่ชอบ อ้างอนุสัญญาบาเซโลนาสั่งไม่ฟ้องคดี คืนไม้ของกลางให้ผู้ต้องหาล่วงหน้า ก่อนอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด เสนออธิบดีดีเอสไอสอบสวนใหม่
ตรวจสอบพบ 5 ประเด็น ”ธาริต”ส่อใช้ดุลพินิจไม่ชอบ อ้างอนุสัญญาบาเซโลนาสั่งไม่ฟ้องคดี คืนไม้ของกลางให้ผู้ต้องหาล่วงหน้า ก่อนอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด เสนออธิบดีดีเอสไอสอบสวนใหม่
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการใช้ดุลพินิจสั่งคดีโดยมิชอบของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามที่นายปิยะชาติ อำนวยเวช ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม ให้ตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีบริษัทอันตนจำกัด นำเข้าไม้สักแปรรูปจากประเทศพม่ามูลค่า 204 ล้านบาท โดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้ตนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะคดีดังกล่าวแม้อัยการจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว แต่หากตรวจสอบพบความผิดปกติในการใช้ดุลยพินิจสั่งคดีของอดีตอธิบดีดีเอสไอ หรือปรากฏพยานหลักฐานใหม่ ก็สามารถรื้อฟื้นคดีขึ้นสอบสวนใหม่ได้
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับคดีบริษัทอันตน ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษไว้เมื่อปี2553 โดยครั้งแรกนายธาริตมีคำสั่งแต่งตั้งนายชาติชาย โทสินธิติ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ ภาคเหนือ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน แต่ต่อมาได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงให้นายชำนาญ ฉันทวิทย์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องบริษัทอันตนกระทำผิดกฎหมาย ร่วมกันนำไม้สักแปรรูปเข้ามาในราชอาณาจักร โดยสำแดงเท็จ ไม่มีใบสำแดงถิ่นกำเนิน (C/O) หรือหลักฐานการอนุญาตส่งออกไม้จากประเทศพม่า แต่รองอธิบดีดีเอสไอในขณะนั้นได้ทำความเห็นเสนอไปยังนายธาริตว่า สมควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ส่วนไม้สักของกลางให้อายัดไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมาในการพิจารณาชั้นอัยการก็มีความเห็นสั่งไม้ฟ้องตามข้อเสนอของอธิบดีดีเอสไอ และคืนไม้สักของกลางให้บริษัทอันตน
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีบริษัทอันตนทำรายงานถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยระบุว่า ผลการตรวจพบความผิดปกติ รวม 5 ประเด็น ดังนี้ 1ในการสั่งไม่ฟ้องคดีของอธิบดีดีเอสไอมีความเห็นว่าผู้ต้องหาขาดเจตนาในการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ทั้งที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า การหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดนั้น ไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่าผู้ต้องหามีเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐหรือไม่ 2 มีการเร่งรัดคืนไม้ของกลางให้บริษัทอันตน โดยอธิบดีดีเอสไอมีหนังสือถึงผู้ต้องหาแจ้งผลการเพิกถอนอายัด ในวันที่ 16ก.พ. 55 ก่อนอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดในวันที่ 21 ก.พ.55 โดยคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวส่งถึงดีเอสไอในวันที่ 24 ก.พ.55 3 กรณีสั่งไม่ฟ้องโดยอ้างอนุสัญญาบาเซโลนาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ใช้หลักฐานการอนุญาตส่งออกไม้จากพม่าไปยังประเทศที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเล ขณะเดียวกันกฎหมายไทยระบุชัดว่า ถ้าเป็นการนำเข้าไม้จากพม่าต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดทุกกรณีเพราะเป็นเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่สามารถนำอนุสัญญาบาเซโลนามาปรับใช้ได้
4 การปรับย้ายนายชาติพร้อมพนักงานสอบสวนที่เข้าตรวจค้น ยึด อายัดไม้ของกลางรวม 4 ราย และเป็นผลให้พนักงานสอบสวนทั้ง 4 รายถูกบริษัทอันตนฟ้องเรียกค่าเสียหาย 40 ล้านบาท ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากบริษัทอันตนไม่สามารถนำใบรับรองถิ่นกำเนิด หรือหลักฐานใบอนุญาตให้ส่งออกไม้จากพม่ามาแสดง 5 ภายหลังการสอบสวนคดีเสร็จสิ้นได้ปรากฏคำเบิกความของนายพิเชษฐ เลิศล้ำอำไพวงษ์ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหาที่เบิกความต่อศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า เป็นผู้รับมอบหมายจากบริษัทอันตนให้เป็นผู้ดำเนินศุลกากรในการนำเข้าไม้ ทราบดีว่า การขออนุญาตนำเข้าไม้จากพม่า มีกฎหมายและระเบียบที่ต้องมีเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดหรือหลักฐานการอนุญาตให้ส่งออกไม้ของประเทศพม่า มิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไม้เข้ามาในราชอาณาจักรได้เลย ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวไม่เคยปรากฏในการสอบสวนของดีเอสไอ จึงถือเป็นหลักฐานใหม่ และหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ถึงเจตนาว่า ผู้ต้องหาจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยด้วยว่า บันทึการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่งเรื่องไปให้นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานในคดีนี้ใหม่อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณา เนื่องจากเป็นคดีพิเศษเดิมอยู่แล้ว พร้อมให้คืนตำแหน่งให้กับนายชาติชายและพนักงานสอบสวนอื่นๆ ซึ่งถูกย้ายจากผอ.ศูนย์ปฎิบัติการภาคเหนืออย่างไม่เป็นธรรมต่อไป
ทั้งนี้ อนุสัญญาบาเซโลนา ใช้กับประเทศที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเล เช่น การส่งออกจากพม่าไปลาว( ซึ่งไม่มีพื้นดินติดทะเล) ผ่านประเทศไทย จึงไม่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด หรือหลักฐานการอนุญาตส่งออกไม้ของประเทศผู้ส่งออก แต่ตามกฎหมายไทยทั้งประกาศกระทรวงพาณิชย์และมติคณะกรรมการความมั่นคงชายแดน ระบุว่าไม่ว่าการนำเข้าหรือผ่านแดน ถ้าเป็นไม้จากประเทศพม่าต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดทุกกรณี เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ







