
ไม่น่าเชื่อถือ
ไม่มีใครสงสัยเลยว่า รัฐบาลจีนมีพลังอำนาจมากพอที่จะจัดการกับการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนได้ ถ้าหากต้องการ แต่ทางการแดนมังกรก็ไม่ทำเช่นนั้น และบทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กได้รายงานกึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า การที่กลุ่มออคคิวพาย เซ็นทรัล ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำการประท้วงออกมาประกาศว่าจะหยุดชุมนุม ก็ไม่ใช่ชัยชนะของจีนเลยที่สามารถยุติความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง เพราะวิธีการจัดการของจีนยิ่งสะท้อนถึงความไม่น่าเชื่อถือ
ไม่มีใครสงสัยเลยว่า รัฐบาลจีนมีพลังอำนาจมากพอที่จะจัดการกับการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนได้ ถ้าหากต้องการ แต่ทางการแดนมังกรก็ไม่ทำเช่นนั้น และบทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กได้รายงานกึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า การที่กลุ่มออคคิวพาย เซ็นทรัล ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำการประท้วงออกมาประกาศว่าจะหยุดชุมนุม ก็ไม่ใช่ชัยชนะของจีนเลยที่สามารถยุติความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง เพราะวิธีการจัดการของจีนยิ่งสะท้อนถึงความไม่น่าเชื่อถือ
ที่จริงแล้ว กรุงปักกิ่งกลับต้องเผชิญกับความท้าทายเงียบๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงผู้ประท้วงเท่านั้น แต่ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ก็รับรู้ได้ว่าอิทธิพลของจีน รวมถึงตัวแทนจีนในฮ่องกงนั้นหนักหน่วงขึ้น และสิ่งนี้จะยังอยู่ในความทรงจำของพลเมืองฮ่องกงไปอีกแม้การประท้วงจะยุติแล้ว และความขัดแย้งอาจบานปลายเหมือนกับมณฑลซินเจียงหรือทิเบต ที่ยังบาดหมางกับกรุงปักกิ่งเรื่อยมา
กระแสการต่อต้านจีนได้ลุกลามไปถึงไต้หวันแล้วด้วย
เห็นได้จากพรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นรัฐบาลอยู่ตอนนี้พ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะประชาชนเริ่มไม่อยากให้จีนมาแผ่ขยายอำนาจมากเกินไป เช่นเดียวกับที่ชาวฮ่องกงรู้สึก
และเมื่อไหร่ที่ทางการจีนออกมาประกาศว่าจะใช้วิธีการที่ยุติธรรมและประนีประนอม แต่การกระทำมักออกมาในลักษณะที่เห็นแก่ประโยชน์ของจีนมากกว่า เช่นเดียวกับเรื่องประท้วงในฮ่องกง ที่รัฐบาลจีนจะบอกว่าจะยึดมั่นตามกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถทำตามหลักของประชาธิปไตยได้เพียงพอ
บลูมเบิร์ก สรุปว่า สิ่งที่จีนไม่ได้ประสบแต่ปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ตนเองตามที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กังวล แต่การขาดความน่าเชื่อถือเป็นปัญหาที่หยั่งรากลึกไปแล้ว วิธีเดียวที่กรุงปักกิ่งจะแก้ไขได้คือยอมรับมุมมองใหม่ๆ บ้าง







