
ดับไฟแต่ต้นลม
นับเป็นอีกครั้งที่ประเทศชาติต้องเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งท้ายสุดผลเสียของการทุจริตจะทำให้ส่วนรวมได้รับความเสียหายเสมอ เช่นเดียวกับกรณีของคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ที่ให้รื้ออาคารสูงในซอยร่วมฤดี หลังจากทำผิดกฎหมายสร้างอาคารสูงกว่าความกว้างของถนนในซอย ทำให้ไม่ปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อาศัยในย่านนั้น เมื่อศาลตัดสินออกมาให้ต้องปรับปรุงตามที่กฎหมายกำหนด โทษที่ลงต่อผู้ทุจริตบางส่วนได้กระทบต่อส่วนรวมด้วย
นับเป็นอีกครั้งที่ประเทศชาติต้องเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งท้ายสุดผลเสียของการทุจริตจะทำให้ส่วนรวมได้รับความเสียหายเสมอ เช่นเดียวกับกรณีของคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ที่ให้รื้ออาคารสูงในซอยร่วมฤดี หลังจากทำผิดกฎหมายสร้างอาคารสูงกว่าความกว้างของถนนในซอย ทำให้ไม่ปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อาศัยในย่านนั้น เมื่อศาลตัดสินออกมาให้ต้องปรับปรุงตามที่กฎหมายกำหนด โทษที่ลงต่อผู้ทุจริตบางส่วนได้กระทบต่อส่วนรวมด้วย
เป็นที่ทราบกันว่าศาลปกครองสูงสุดได้นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ประชาชนที่อยู่อาศัยในซอยร่วมฤดีรวม 24 ราย มอบอำนาจให้ศูนย์ทนายความอาสาเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการเขตปุทมวัน
ในฐานะเป็นผู้บริหารราชการใช้คำสั่งทางปกครองออกเอกสารรับรองความกว้างของถนนซอยร่วมฤดี เกินกว่าความเป็นจริงและปล่อยให้เอกชนก่อสร้างอาคารสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่พักอาศัยในซอยร่วมฤดี รวมถึงปัญหาอัคคีภัยและการจราจรที่แออัดจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน
ทัั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้สำนักงานเขตปทุมวันและกรุงเทพมหานคร ใช้อำนาจแห่งพระราชาบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ดำเนินการกับผู้ร้องสอด คือ บริษัท ลาภประทาน และบริษัท ทับทิมทร แล้วแต่กรณี ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด
ผลตัดสินของคดีที่ฟ้องร้องกันมากว่า 6 ปี ได้ชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ บนถนนที่มีความกว้างตลอดแนวไม่ถึง 10 เมตร ซึ่งขัดกับกฎกระทรวง
จากการทุจริตรั้งวัดถนนให้กว้างขึ้น เพื่อให้ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาหารสูงดังกล่าว ทำให้เอกชนอ้างใบอนุญาตนั้น เดินหน้าลงทุนโครงการหลายพันล้านบาท โดยโครงการดิเอทัส ซึ่งมี 2 อาคารสูงเป็นโรงแรมกับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ความสูง 24 กับ 18 ชั้น ขณะที่ตามกฎหมายกำหนดให้อาคารสูงได้ไม่เกิน 7-8 ชั้น
โทษของการทุจริตครั้งนี้ เอกชนจึงเดือดร้อนต้องปรับปรุงให้กลับมาถูกกฎหมายตามที่ศาลสั่ง ส่วนจะไปฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่ออกใบอนุญาต เรื่องนี้ต้องไปไล่เบี้ยกันไป
อย่างไรก็ตาม แต่หากโครงการอาคารสูงที่สร้างเป็นโครงการที่ขายขาดให้ประชาชนทั่วไป เช่น คอนโดมิเนียมทั่วไป อาคารสำนักงานต่างๆ ความเสียหายที่เกิดจากผลทุจริตเดียวกัน ก็จะขยายไปสู่คนในวงกว้างมากกว่าแค่เจ้าของธุรกิจเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐควรหามาตรการป้องกัน ตรวจสอบอาคารสูง ก่อนก่อสร้าง ระหว่างสร้าง ไปถึงสร้างเสร็จ เพราะประชาชนทั่วไปอาจตรวจสอบไม่พบ จึงขอวอนให้รัฐหามาตรการป้องกันก่อนปัญหานี้จะขยายใหญ่เกินแก้ไข







