posttoday
กมธ.ยกร่างฯยืนโทษประหารชีวิตในคดีรุนแรง

กมธ.ยกร่างฯยืนโทษประหารชีวิตในคดีรุนแรง

03 ธันวาคม 2557

กมธ.ยกร่างฯ ยืนโทษประหารชีวิตในคดีรุนแรง เล็งรื้อที่มาศาลรธน. เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านกม.มหาชน ปรับเพิ่มอายุผู้เป็นพิพากษาต้อง 35 ปีขึ้นไป

กมธ.ยกร่างฯ ยืนโทษประหารชีวิตในคดีรุนแรง เล็งรื้อที่มาศาลรธน. เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านกม.มหาชน ปรับเพิ่มอายุผู้เป็นพิพากษาต้อง 35 ปีขึ้นไป

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการคณะที่ 2 ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน ในส่วนสิทธิพลเสรีภาพพลเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง และการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ทางคณะอนุกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เสนอให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทุกคดี แต่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าต้องคงโทษประหารชีวิตเอาไว้ เพราะมีคดีอุกฉกรรจ์หลายคดีที่ควรได้รับการลงโทษสาสมกับความผิดที่ได้กระทำเช่น การค้ายาเสพติด ฆ่าข่มขืน และการเป็นฆาตกรต่อเนื่อง เป็นต้น

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ฝากเป็นประเด็น ให้นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ไปดำเนินการสอบถามจากประชาชนใน 2 ประเด็นได้แก่ 1. ควรให้คงโทษประหารชีวิตไว้หรือไม่ 2.สิทธิของบุคคลที่ไม่ได้เป็นคนไทย แต่พักอาศัยในประเทศไทยควรเป็นอย่างไร

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า จากนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างได้พิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการฯ คณะที่ 7 เรื่องศาลและกระบวนการยุติธรรม โดยคณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นให้บรรจุคำว่า หลักนิติธรรม ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่นิยามหรือลงรายละเอียด เพื่อให้ศาลเป็นผู้ตีความ แต่ต้องผูกพันธ์ตามหลักนิติธรรม ตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ส่วนเรื่องศาลยังคงให้มีระบบตามเดิม ได้แก่ ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลทหาร

ทั้งนี้ ในส่วนของศาลยุติธรรม คณะกรรมาธิการยกร่างฯ มีความเห็นว่า ควรให้คดีทั่วไปสิ้นสุดที่ศาลอุทธรณ์ แต่ถ้าจะสู้ต่อในชั้นศาลฎีกา จะต้องมีการทำคำร้องเป็นกรณีพิเศษ เพื่อลดปริมาณคดีในศาลฎีกาที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันต้องจัดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากศาลทั้งสี่ศาล และตัวแทนระหว่างคู่ขัดแย้งเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้จะมีการกำหนดให้ผู้ที่มาทำหน้าที่ผู้พิพากษามีอายุ 35 ปีขึ้นไป จากเดิมที่กำหนดอายุไว้ 25 ปี เพราะ เห็นว่าถ้าผู้พิพากษาอายุเพียง 25 ปี วัยวุฒิยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ   

โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญ เสนอให้มีการแก้ไของค์ประกอบบางประการ เช่น สัดส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเปิดให้ผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายมหาชน เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว จากเดิมที่ส่วนใหญ่มาจาก ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตุลาการศาลปกครอง และการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชน ที่สำคัญคณะกรรมาธิการยกร่างฯเห็นว่าควรจะต้องบรรจุเรื่องสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยให้ยึดโยงกับรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 39 และมาตรา 40 ที่ว่าด้วย จะต้องมีสิทธิขั้นพื้นฐานในเรื่องหลักประกันและความช่วยเหลือในทางคดีอย่างเท่าเทียมกัน

สำหรับข้อเสนอที่ออกมาจากคณะอนุกรรมาธิการก่อนหน้านี้ ทั้ง เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. แบบประเทศเยอรมัน การกำหนดที่มาของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดที่จะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูย เนื่องจากคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องนำมากลั่นกรองและพิจารณาว่า จะนำประเด็นใดไปอยู่ในรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย