
บิ๊กตู่ลั่นเศรษฐกิจดีขึ้นแวต
นายกฯ แบไต๋ขึ้นภาษีแวตหรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจปีหน้า เอกชนค้านหวั่นกำลังซื้อลดฮวบ
นายกฯ แบไต๋ขึ้นภาษีแวตหรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจปีหน้า เอกชนค้านหวั่นกำลังซื้อลดฮวบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่มีการกำหนดเพดานให้เพิ่มขึ้นปีละ 1% ไปจนกว่าจะถึง 10% ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการชะลอภาษีมูลค่าเพิ่มให้อยู่ที่ 7% ส่วนจะมีการปรับขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2558 หากเศรษฐกิจมีการปรับตัวดีขึ้นก็สามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลยังคงอัตราเดิมไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศชะลอตัวและรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชน ขอยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องนี้จะไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นโยบายปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 8% ในปี 2558 อยากให้รัฐบาลมองถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลักด้วย เพราะหากเศรษฐกิจยังไม่แข็งแรงจะเกิดผล
กระทบกับกำลังซื้อของประชาชน
“ถ้าปีหน้าเศรษฐกิจไทยโตแค่ 1-2% ก็ยังไม่ควรจะเก็บภาษีเพิ่ม จึงเชื่อว่าเป็นแค่การโยนหินถามทางมากกว่า” ประธาน ส.อ.ท. กล่าว นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มขณะนี้ เพราะจะทำให้กำลังซื้อน้อยลง ประชาชนต้องจ่ายเงินซื้อสินค้ามากขึ้น รัฐบาลควรจะรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน
ขณะที่ นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ถ้าไม่สอดคล้องก็ไม่ควรปรับขึ้น และหากมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มก็ควรจะลดภาษีเงินได้ด้วย
นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า การขึ้นแวตเป็น 8% ไม่ว่าเศรษฐกิจไทยปลายปีหน้าจะดีหรือไม่ดี จะกระทบพฤติกรรมผู้บริโภคชะลอใช้จ่ายไประยะหนึ่่งราว 1-2 เดือน เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคาไม่ได้สูงนัก แต่หากขึ้นจาก 7% เป็น 10% จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นมาก จะกระทบในวงกว้างมากกว่า โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นจริง







