
แฉสส.แชมป์เจ้าของที่ดิินมากสุดคนละ71ไร่
อึ้งท่านผุู้แทนครอบครองที่ดินมากสุดในประเทศไทย เฉลี่ยคนละ 71 ไร่
อึ้งท่านผุู้แทนครอบครองที่ดินมากสุดในประเทศไทย เฉลี่ยคนละ 71 ไร่
นางดวงมณี เลาวกุล รองคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวในงานสัมมนาโครงการติดตามเศรษฐกิจไทย คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ในหัวข้อ “ภาษีที่ดินและมรดก ใครมี ใครจ่าย ใครได้ประโยชน์” ว่า ปัจจุบันการถือครองที่ดินมีความเหลื่อมล้ำสูง เนื่องจากที่ดินทั้งหมดทั่วประเทศ 320 ล้านไร่ พบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำแนกตามพรรคการเมืองถือครองที่ดินสูงสุดในประเทศไทย คือ เฉลี่ยคนละไร่ 71 ไร่
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ฐานภาษีมีความเป็นธรรม อัตราภาษีมีความเหมาะสมสำหรับภาษีเพื่อบำรุงท้องถิ่น 2.กระตุ้นให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ 3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีรายได้สอดคล้องกับการให้บริการสาธารณะที่มีคุณภาพ และ 4.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของ อปท. หากมีการจัดเก็บภาษีจริงตามร่าง พ.ร.บ.
ดังกล่าวนี้ คือเกษตรกรรมไม่เกิน 0.5% ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1% และทั่วไป 4% หากเก็บในอัตราสูงสุดที่ 4% อาจจะช่วยลดการกักตุนที่ดินเพื่อลดการเก็งกำไร
ได้บ้าง
ด้าน นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร กล่าวว่า บางทีการใช้นโยบายภาษีต้องดูให้ดีเช่นกันว่าเป็นเครื่องมือเพื่อความสะใจเท่านั้นหรือไม่ ซึ่งต้องดุูว่าภาษีที่จัดเก็บให้ประโยชน์กับรัฐมากน้อยแค่ไหน และม่ีความเป็นธรรมหรือไม่ เพราะภาษีที่ดินถ้าเก็บจากคนที่ทิ้งที่ดินรกร้างว่างเปล่าจริงๆ ก็ทำให้คนที่ซื้อไว้คิดหนักขึ้น แต่ประเด็น คือ การปฏิบัติจะเป็นไปตามจริงหรือไม่ เพราะการตีมูลค่าที่ให้มีการใช้ดุลพินิิจมากเท่าไหร่ ยิ่งอาจให้เกิดการคอร์รัปชั่นมากขึ้น
สำหรับภาษีมรดกมีหลายประเทศก็มีการยกเลิกใช้แล้ว เพราะมีต้นทุนในการไปเก็บค่อนข้างสูงเพราะมันมีแรงจูงใจในการหลบเลี่ยง บวกกับระหว่างจะบังคับใช้คนจะเกิดความกลัว และทำวิธีบางอย่างเพื่อเลี่ยงไว้ก่อนด้วย ซึี่งมีคนทำบ้างแล้ว เช่น การโอนไปต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งถ้าโอนไปต่างประเทศจริงต้นทุนการเก็บขอรัฐจะสูงมากและตรวจสอบยาก ซึ่งรายได้การจัดเก็บบางประเทศที่เก็บมีรายได้เพียง 0.1% ของมูลค่าจีดีพีเท่านั้น ไม่คุ้มต้นทุน







