posttoday
ส่งออกสิ้นฤทธิ์ลบ 0.2%

ส่งออกสิ้นฤทธิ์ลบ 0.2%

02 ธันวาคม 2557

นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)

นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ได้ปรับลดการขยายตัวด้านการส่งออกจากเดิมติดลบ 0.4% เป็นขยายตัวติดลบ 0.2%-บวก 0.2%

ขณะที่การส่งออกเดือน ต.ค. ที่มีมูลค่า 20,164 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่ประมาณไว้ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ภาพรวมการส่งออกตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค. 2557 มีมูลค่ารวม 190,620 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงแล้ว 0.36% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ทว่า หากคิดมูลค่าการส่งออกเป็นรูปเงินบาทระยะ 10 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่า 6,119,881 ล้านบาท ขยายตัว 6.4%

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ คาดว่าปีนี้จะมีตัวเลขส่งออกทั้งปีติดลบ 0.4% หรือส่งออกได้เฉลี่ยแค่ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือนเท่านั้น แต่ช่วงเดือน ต.ค. ตัวเลขส่งออกเกินกว่าเป้าหมาย ดังนั้นหากการส่งออกเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2557 เท่ากับหรือมากกว่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกจะยังเป็นบวก แต่หากจะเจาะจงภาพรวมของการส่งออกจริงในปีนี้ ถือว่าไม่โต

สินค้าส่งออกที่สำคัญที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อาทิ น้ำตาล ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป โดยนโยบายการเร่งระบายข้าวทำให้มีการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น

สินค้าที่มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ยานพาหนะและชิ้นส่วนประกอบ

สินค้าที่ปรับตัวลดลง อาทิ ยางพารา ผัก ผลไม้สดแช่แข็งและแปรรูป เป็นต้น โดยเฉพาะยางพาราปรับลดลงต่อ เนื่องจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตลาดโลกลดลง อีกทั้งไทยยังเสียเปรียบมาเลเซียที่นำเข้ายางจากไทยเพื่อไปแปรรูป เพราะไทยไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการแปรรูปยาง

นพพร กล่าวว่า สำหรับตัวเลขการส่งออกในปีหน้า คาดว่าจะเติบโตแค่ 2.5% แต่ถ้าทำได้ดีกว่านั้นถือเป็นเครดิตของรัฐบาล ซึ่งควรจะเพิ่มขึ้นเป็น 4-5% เท่ากับการส่งออกของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยคาดว่าในปี 2558 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องออกมาดูแลเรื่องค่าเงินไม่ให้ค่าเงินบาทอ่อนหรือแข็งจนเกินไป ซึ่งจะช่วยภาคส่งออกได้อีกทาง

“ถึงเวลาที่รัฐต้องหันมาให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ภาคการเกษตร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยรัฐจะต้องมีแผนยุทธศาสตร์หลักที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่าง สินค้าใดก็ตามที่ไทยสามารถพัฒนาให้สามารถแข่งขันและเป็นที่ต้องการในตลาดโลกได้ แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ผู้บริโภคหรือคู่ค้าของไทยยังต้องการบริโภคสินค้านั้นๆ ผมเห็นว่า สินค้าหลัก 3 ตัวที่รัฐควรสนับสนุนอย่างมากให้แข่งขันได้คือ อาหาร พลังงานทดแทน และผลิตภัณฑ์ยาเพื่อสุขภาพ จะต้องสร้างคุณภาพและพัฒนาสินค้าทั้ง 3 ให้ครอบคลุมและครบวงจรให้มากที่สุด โดยเฉพาะยา ไทยควรพัฒนาคุณภาพยาขั้นพื้นฐาน ทั้งยาสามัญประจำบ้าน ยาสมุนไพรไทย เพื่อส่งออกจำหน่ายไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย” นพพร กล่าว

นพพร กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ผลิตในไทยและส่งออกแต่ผู้ผลิตไม่ใช่คนไทย ดังนั้นไทยควรหันมาลงทุนและพัฒนาแบรนด์ของไทยเอง ในส่วนแนวโน้มการส่งออกในปี 2558 นั้น เนื่องจากตลาดหลัก เช่น สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นยังมีสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน จึงคาดการณ์ว่าตัวเลขการส่งออกที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 2.5% โดยไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ยังไม่ค่อยดีนัก คาดว่าจะดีขึ้นในปลายปี

ขณะนี้ตลาดส่งออกหลักยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เช่น ญี่ปุ่น จะมีการขึ้นภาษีผู้บริโภคอีกครั้ง มีการนำมาตรการคิวอีมาใช้ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะมีผลดีหรือไม่ ส่วนกลุ่มอียูก็ยังมีเรื่องการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ขณะเดียวกันสภาพเศรษฐกิจสหรัฐก็ยังไม่แน่นอน สิ่งที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าทำได้ คือ ส่งออกไปยังตลาดใหม่ให้มากขึ้น โดยรัฐบาลเป็นผู้นำทางและกำหนดความชัดเจนของสินค้าที่ส่งออกด้วยว่า ไทยควรส่งสินค้าอะไรไปแข่งขัน

ไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษา สรท. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกไทยถูกบริษัทเดินเรือเอาเปรียบ ส่งผลให้ต้นทุนส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะเก็บค่าระวางเรือทั่วไปแล้ว แต่ยังมีการเก็บค่า BAF ที่ปรับเปลี่ยนขึ้นลงตามราคาน้ำมัน

“ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. แต่บริษัทเดินเรือยังคงเรียกเก็บอัตราคงที่กว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล  สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือจึงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เข้าช่วยดูแลให้ความเป็นธรรมให้แก่ผู้ส่งออกไทยด้วย เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน”

นอกจากนี้ บริษัทเดินเรือจะเก็บค่าแออัดหน้าท่าเรือในวันที่ 1 ม.ค. 2558 ซึ่งเคยเรียกเก็บที่ฮ่องกงเมื่อเดือนที่ผ่านมา ​แต่ถูกคัดค้านจึงยกเลิกไป ขณะนี้กำลังพยายามเรียกเก็บที่มาเก๊าและกำลังเรียกเก็บที่ แอลเอ สหรัฐด้วย

นี่คือปัญหาที่ผู้ส่งออกกำลังเผชิญ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ