
ดีได้ไม่ต้องเดี๋ยว
เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการฟื้นฟูประเทศและจะนำข้อเสนอนั้นเข้าหารือกับรัฐบาลในวันที่ 14มิ.ย. เพื่อแปรผลข้อเสนอออกมาเป็นนโยบายเพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติต่อไป
กกร.เสนอว่า ถ้าจะฟื้นฟูประเทศจำเป็นต้องมี 4 มาตรการคือ 1.มาตรการยุติความแตกแยกในสังคม 2.มาตรการในการลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคม การกระจายรายได้ การยกระดับรายได้ภาคเกษตรและแรงงาน 3.สนับสนุนให้คนไทยใช้ของไทย เที่ยวไทย จะได้มีรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น 4.การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกภาคส่วน
กกร.มิได้เสนอแต่แนวความคิดหากแต่ในการหารือกันครั้งนี้ยังได้เจาะจงลงไปในรายละเอียดพอสมควร เช่น นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าไทย พูดถึงการปรับโครงสร้างภาคเกษตรกรรม การปรับปรุงระบบขนส่ง ฯลฯ เพื่อทำให้รายได้ของภาคเกษตรกรรมสูงขึ้น ฯลฯ
ขณะที่ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิโสภณ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยระบุว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะใช้เครือข่ายของหอการค้าซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศร่วมกับภาคประชาชนตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส และจะร่วมกับสภาหอการค้าต่างประเทศกำหนดดัชนีชี้วัดในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วเชื่อมโยงไปสู่รัฐสภาและการผลักดันกฎหมาย ฯลฯ
ที่น่าสนใจยิ่งคือ ไม่เพียงแต่มีรูปธรรมของการปฏิบัติ แต่ยังมีการหารือถึงการเคลื่อนไหวในเชิงวัฒนธรรมด้วย เช่น กกร.เห็นว่า ควรจะกล้าปฏิเสธคนโกง และส่งเสริมการเคารพกฎหมาย ฯลฯ
ข้อเสนอเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมและควรจะได้รับการสนับสนุนให้เกิดเป็นนโยบายและการปฏิบัติอย่างจริงจัง แต่ไม่ว่ารัฐบาลจะสนใจขับเคลื่อนเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม การที่ กกร.เห็นว่านี่เป็นเรื่องของคนทุกคนนั้นเป็นการเริ่มต้นที่ชอบแล้ว และถ้า กกร.จะเดินหน้าโดยให้สมาชิกขององค์กรช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวได้ก็เชื่อว่า ย่อมพลิกเปลี่ยนประเทศได้ทันที
กกร.ประกอบด้วยสมาชิกสำคัญ 3 ส่วนคือ สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคยตำหนิว่าองค์กรเหล่านี้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ แต่การที่องค์กรเหล่านี้กระตือรือร้นแสวงหาแนวทางฟื้นฟูประเทศ ย่อมแสดงให้เห็นว่า สมาชิก กกร.ทั้งมวลตระหนักดีถึงบทบาทของตนเองที่ต้องมีต่อบ้านเมืองและถ้า 3 องค์กรนี้เริ่มต้นด้วยการปฏิบัติของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม เช่น กล้าปฏิเสธคนโกง โดยทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมไม่ว่าทั้งในระดับภูมิภาคหรือประเทศ รับรองว่าประเทศนี้มีอนาคตแน่นอน
เมื่อพ่อค้า นายธนาคาร ไม่สมคบข้าราชการโกงเสียแล้ว ประเทศจะไม่ดีขึ้นทันทีได้อย่างไร







