
พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง...แรงไม่พอ
...ทีมข่าวการเงิน
ถือว่าแตกต่างจากการเปิดขายครั้งที่ผ่านๆ มา ...
เมื่อวันแรกของ
“พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง” ล็อตล่าสุด 1 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายไทยเข้มแข็งไม่เข้าเป้าอย่างสิ้นเชิงต่างจากพันธบัตรล็อตก่อนๆ ของกระทรวงการคลัง ที่ขายแบบ
“ม้วนเดียวจบ”ก็ต้องเห็นใจว่าพันธบัตรล็อตนี้มีการเลื่อนการจำหน่ายหลายครั้ง เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง
นับจาก เม.ย. เป็น พ.ค. สุดท้ายเป็น มิ.ย. กระทั่งผู้ที่ตั้งใจจะซื้อ
“หงอย” ไปตามๆ กันส่วนหนึ่งเพราะเงื่อนไขสุดหินของกระทรวงการคลัง ที่กำหนดว่า เปิดขายวันที่ 78 มิ.ย. ให้เฉพาะผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
หลังจากนั้นหากมีเหลือจึงเปิดขายให้ประชาชนทั่วไปวันที่ 911 มิ.ย.
โดยขายขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เพื่อกระจายให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ใช่ให้เศรษฐีเงินถุงเงินถังกว้านซื้อ
อีกสาเหตุที่ทำให้การจองซื้อเงียบเหงา ไม่คึกคัก เพราะดอกเบี้ยพันธบัตรล็อตนี้ไม่จูงใจ เฉลี่ยถือ 6 ปี จ่าย 4.166% ยังไม่นับรวมภาษีดอกเบี้ยที่ถูกหักอีก 15%
ยิ่งถ้าเทียบกับหุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีฐานะใกล้เคียงกับพันธบัตรรัฐบาล ก็พบว่าอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขดีกว่าเห็นๆ
อย่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิอายุ 10 ปี เปิดจองซื้อวันที่ 722 มิ.ย. ให้ดอกเบี้ย 3 ปีแรก 4.35%, ปีที่ 46 ดอกเบี้ย 4.75% และปีที่ 710 ดอกเบี้ย 5.5%
หากคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.87% ต่อปี สูงกว่าระบบ และหากคิดอัตราเฉลี่ยเฉพาะ 6 ปีแรก อยู่ที่ 4.54% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าพันธบัตรไทยเข้มแข็งอายุ 6 ปี ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 4.1% ต่อปี
ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งลูกค้าสถาบันรายใหญ่ และรายย่อยเนืองแน่น
ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ออกตั๋วแลกเงินธนาคารไทยพาณิชย์ ระยะเวลา 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยจะโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้อัตโนมัติขั้นต่ำ 1 ล้านบาท โดยจะเริ่มขายตั้งแต่ 518 มิ.ย.
โดยตั๋วแลกเงินไทยพาณิชย์ชุดนี้ ให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินโดยทั่วไป และมีอายุการถือครองสั้นกว่าพันธบัตรไทยเข้มแข็ง
นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ตั๋วแลกเงิน 15 เดือน ดอกเบี้ย 1.4% เริ่มต้นที่ 5 ล้านบาท และเงินฝากก้าวกระโดด 30 เดือน โดยให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุก 3 เดือน 0.25% รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 4.75% ฝากขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
ส่วน บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระดาษดั๊บเบิ้ลเอออกหุ้นกู้ จำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 66.5% ต่อปี วงเงินรวมไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2556
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยอดขายพันธบัตรวันแรกไม่สูงอย่างที่คาดไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกพันธบัตรขายผู้สูงอายุมาแล้ว 3 ครั้ง
เช่นปีที่แล้วในเดือน ก.ค. ออกพันธบัตร8 หมื่นล้านบาท และต่อมา ธปท. ก็ออกพันธบัตรออมทรัพย์อีก 1.5 แสนล้านบาท ทำให้เงินออมในส่วนของผู้สูงอายุถูกดูดเข้ามาลงทุนในพันธบัตรมากในระดับหนึ่งแล้ว
ประกอบกับเงื่อนไขการออกพันธบัตรครั้งนี้ทางกระทรวงการคลัง กำหนดให้ผู้สูงอายุคืนคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อให้สอดรับกับนโยบายจ่ายเบี้ยคนชรา ต่างจากการจำหน่ายพันธบัตรครั้งก่อนที่กำหนดให้ผู้สูงอายุคือคนที่อายุ 55 ปีขึ้นไป วงเงินจำหน่ายจึงลดลงไปด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่า ยอดจำหน่ายพันธบัตรของธนาคารออมสินนั้นต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยคือขายได้ 1,000 ล้านบาทจากยอดที่รับมาทั้งหมด 7,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 14% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่นที่มียอดจำหน่ายเฉลี่ยประมาณ 3540% ของยอดที่รับมา แต่ถือว่าในภาพรวมการจำหน่ายพันธบัตรทั้งหมดยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ขณะที่นางเฟื่องฟ้า วัฒนปกรณ์ ผู้จัดการสาขา สำนักงานใหญ่ สีลม ธนาคารกรุงเทพ มองว่า อาจจะเป็นที่การประชาสัมพันธ์ เพราะส่วนตัวก็ได้ยินข่าวขายพันธบัตรเพียง 1 ครั้ง เป็นไปได้ว่าประชาชนอาจไม่ทราบข่าว หรือเป็นไปได้ว่ามีหุ้นกู้เอกชนออกมาขาย
นายวิเชียร วิริยาชาญฉลาด อายุ 65 ปี ผู้มาเข้าคิวซื้อพันธบัตรเป็นคิวแรก เปิดเผยว่า มารอตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยเตรียมเงินมาซื้อ 5 แสนบาท มั่นใจว่าต้องได้พันธบัตรแน่นอน และรู้สึกพอใจที่รัฐบาลให้ผู้สูงอายุมีสิทธิซื้อก่อน เพราะอายุมากแข่งกับคนหนุ่มสาวไม่ไหว
นายวิเชียร ยังเห็นด้วยที่จำกัดวงเงินซื้อต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท เพราะถ้าไม่จำกัด เศรษฐี 1 คน ซื้อ 100 ล้านบาท ก็ตัดสิทธิคนอื่นไปแล้ว 100 คน ยิ่งในภาวะดอกเบี้ยต่ำ คนเกษียณแล้วซึ่งหากินกับดอกเบี้ย ก็ต้องการลงทุนในพันธบัตรที่มีความมั่นคงและผลตอบแทนสูงใช้ได้
อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่าพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งชุดนี้น่าจะขายหมดแม้ช่วงแรกจะเงียบเหงา แต่เมื่อไหร่ที่เปิด
“รอบ” ให้ประชาชนทั่วไปเข้าซื้อได้ หมายความว่าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เกษียณอายุเท่านั้น น่าจะทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูดและหมดทันทีเคาน์เตอร์แบงก์ที่เคยเงียบเป็นเป่าสาก น่าจะกลับมาคืนฟอร์มคึกคักอีกครั้ง
ยิ่งขณะนี้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3% กว่าๆ ถ้าคนมีสตางค์และมีข้อมูลพอก็ไม่น่าจะนั่งรอดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ให้ขยับสูงขึ้นอย่างเดียว
แต่น่าจะวิ่งเข้าหาพันธบัตรออมทรัพย์ที่ได้รับดอกเบี้ยมากกว่า 4% แม้ระยะเวลาถือพันธบัตรจะนาน แต่ก็การันตีผลตอบแทนแน่นอน
งานนี้คงไม่ทำให้กระทรวงการคลังเสียหน้า แต่เสียฟอร์มไปพอสมควร
พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งยังเป็นแบรนด์ที่ขายได้ แต่ก็ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว..







