posttoday
ยิ่งกว่าจิ้งจกทัก

ยิ่งกว่าจิ้งจกทัก

01 ธันวาคม 2557

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจดหมายที่น่าสนใจฉบับหนึ่ง  เป็นจดหมายเปิดผนึกจากปรมาจารย์กฎหมายระดับเซียนของประเทศ 3 ท่าน ที่เขียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอนำมาให้อ่านกันเต็มๆ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจดหมายที่น่าสนใจฉบับหนึ่ง  เป็นจดหมายเปิดผนึกจากปรมาจารย์กฎหมายระดับเซียนของประเทศ 3 ท่าน ที่เขียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอนำมาให้อ่านกันเต็มๆ

ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ได้สรุปความเสียหายกว่า 6.82 แสนล้านบาท จากปี 2547-2556 เสนอต่อรัฐบาลแล้วนั้น ข้าพเจ้าทั้งสามเห็นพ้องต้องกันว่าเฉพาะในส่วนโครงการของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 4 โครงการที่ขาดทุนทางบัญชีกว่า 5.1 แสนล้านบาทนั้น มีความเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลก่อนและข้าราชการระดับสูงต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินรวมอยู่ด้วย นับแสนล้านบาท และ ฯพณฯ มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539 ต้องเร่งรัดดำเนินคดีตามขั้นตอนโดยลำดับดังนี้

1.รายงานของคณะกรรมการได้สรุปชัดเจนแล้วว่ามีความเสียหายเป็นตัวเงินเกิดแก่ราชการอย่างมหาศาลยิ่ง และเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มโครงการแล้วว่า ไม่มีทางที่รัฐจะระบายข้าวในราคารับจำนำได้เลย ความข้อนี้มีผู้ท้วงติงเป็นอันมาก ทั้ง ป.ป.ช.และสถาบันศึกษาวิจัยระดับชาติ แต่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลกลับเพิกเฉยไม่ระงับหรือปรับแก้โครงการ ตามวิสัยที่เจ้าหน้าที่ผู้รู้จักรับผิดชอบในราชการพึงกระทำ กลับฝืนผลักดันโครงการต่อไปทั้งๆ ที่ตระหนักดีว่า เกิดความเสียหายแก่แผ่นดินอยู่ทุกวัน จนต่อมาแม้จะได้สำนึกยอมลดวงเงินจำนำและตั้งเงื่อนไขกรอบรับจำนำแต่เพียงบางส่วน ก็มิอาจจะเยียวยาความเสียหายอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นแล้วได้

2.การปฏิบัติหน้าที่โดยเพิกเฉยไม่ไยดีต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ทุกวันเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แม้นักการเมืองผู้รับผิดชอบจะอ้างว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่ตนมีอำนาจกระทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้ทั้งต่อเกษตรกรและรัฐสภาก็ตาม แต่ก็อ้างให้พ้นผิดไปไม่ได้เพราะการใช้อำนาจที่เห็นได้ชัดแล้วว่ามีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการใช้สิทธิเกินส่วนที่ไม่อาจยกฐานความชอบธรรมใดๆ มากล่าว อ้างได้เลยทั้งสิ้น

3.ความเสียหายนี้ตกแก่แผ่นดินและราษฎรผู้เสียภาษีเป็นส่วนรวม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความรับผิดติดตัวในครั้งนี้คือรัฐมนตรีทั้งคณะและข้าราชการระดับสูง ซึ่งเมื่อผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีอย่างนี้ พระราชบัญญัติความรับผิดฯ และระเบียบสำนักนายกฯ ข้อ 8, 9 และ 10 ได้กำหนดให้นายกฯ คือตัว ฯพณฯ เอง มีหน้าที่ต้องสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบความรับผิด” ขึ้นตรวจสอบและรายงานผลต่อท่านโดยมิชักช้าอย่าให้ขาดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่รัฐได้รู้ซึ่งการละเมิด มิเช่นนั้นตัว ฯพณฯ เองก็จะตกเป็นผู้ต้องรับผิดแทน

4.หน้าที่ดำเนินคดีให้ผู้รับผิดชอบต้องชดใช้ความเสียหายนี้ บังเกิดขึ้นแล้วตามกฎหมายนับแต่วันที่คณะกรรมการได้รายงานความเสียหายให้ ฯพณฯ ได้ทราบ แม้ขณะนี้จะมีการดำเนินคดีในทางอาญาหรือในทางรัฐธรรมนูญใดๆ ต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ตาม หน้าที่นี้ก็ยังคงดำรงอยู่ ยังเร่งรัด ฯพณฯ อยู่ทุกวัน ตามอายุความที่ลดน้อยลงทุกขณะโดยไม่รอข้อยุติในคดีอื่นๆ เลย

5.หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ทางกฎหมายปกครองที่ตกแก่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลของคณะรัฐประหารก็ตาม ดังนั้น เมื่อ ฯพณฯ ตัดสินใจมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ก็ต้องมีหน้าที่นี้เสมอ จะบ่ายเบี่ยงยกเอาฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหารมาปฏิเสธหน้าที่ของนายกฯ มิได้

ท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำว่าการเรียกร้องครั้งนี้เป็นการเสนอทางวิชาการให้ ฯพณฯ ได้ทราบถึงหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินที่มีอยู่ตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือความเป็นฝักฝ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะยืนหยัดแต่เพียงว่าอยู่ดีๆ ใครทำอะไรเสียหายก็จะให้ประชาชนเช่นพวกข้าพเจ้าแบกรับไปง่ายๆนั้น เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งกฎหมายไทยปัจจุบันก็ยืนยันไว้อย่างนี้แล้วเช่นกัน เหลือแต่ตัว ฯพณฯ เองว่าจะรู้และตระหนักถึงหน้าที่นี้หรือไม่เท่านั้น
จึงขอกราบเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป หากมีข้อสอบถามเป็นประการใดข้าพเจ้าก็ยินดีไปพบได้ทุกเวลา

หนังสือดังกล่าวลงชื่อ แก้วสรร อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์  ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ และ รศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์

ข้อความในหนังสือเปิดผนึกดังกล่าวชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายใดๆ อีก แม้ไม่ใช่นักกฎหมายอ่านก็เข้าใจได้ดี แล้วที่สำคัญยิ่งคือ เป็นจดหมายเปิดผนึกที่สาธารณชนรับรู้

แม้ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่รู้ด้วยตนเอง แต่คนรอบข้างที่มีเป็นกองทัพคงจะรายงานให้ทราบบ้าง

เรื่องนี้กรุณาอย่าได้เอาไปเกี่ยวข้องกับการปรองดอง ไม่ใช่ขัดขวางการปรองดอง เพราะเป็นคนละเรื่องคนละบริบทกัน เมื่อมีการทำผิดกฎหมายก็ต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม เหมือนนายตำรวจทำผิดรับส่วย ก็ปรองดองไม่ได้ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

หากวันนี้คนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองฆ่ากันตาย จะอ้างการปรองดองแล้วไม่ดำเนินการตามกฎหมายไม่ได้ คดีที่มีการฆ่ากันตายที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือไม่เกี่ยวกับการชุมนุมก็ตาม ล้วนต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งสิ้น ให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำงานไปตามกลไกของบ้านเมือง

หากใครมีหน้าที่แล้วไม่ทำก็ต้องรับผิดชอบในการเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเอง และหากมีฐานะเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมายด้วยแล้ว จะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 1 ฐาน คือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และวันนี้จะอ้างว่าไม่รู้ก็คงจะไม่ได้ เพราะอาจารย์ทั้งสามท่านได้ส่งจดหมายเปิดผนึกให้แล้ว

อาจารย์ทั้งสามท่าน ไม่ใช่จิ้งจก ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีประสบการณ์ มีความรอบรู้ทางกฎหมาย อาจารย์แก้วสรร เป็นทั้งอาจารย์สอนกฎหมายและออกมาทำงานในภาคสนาม อาจารย์สุรพล รู้จักกันดีว่าได้ปริญญาเอกทางกฎหมายมหาชน อาจารย์กิตติศักดิ์ จบดอกเตอร์เกียรตินิยมสูงสุด ด้านกฎหมายแพ่งจากเยอรมนี เป็นนักกฎหมายแพ่งมือหนึ่งของประเทศไทยก็ว่าได้

อาจารย์ทั้งสามท่าน ได้ออกมาชี้ทางสว่าง บอกแนวทางที่ถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ เสมือนชี้ขุมทรัพย์ให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะได้ทำเพื่อประเทศชาติ ตามหลักนิติธรรม ตามกระบวนการยุติธรรมที่ท่านประกาศยึดถือตลอดมา

ความเสียหายหลายแสนล้านบาทที่เกิดขึ้น จะต้องนำเงินภาษีมาชดใช้แทนคนกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ฟังคำทักท้วงจากคนอื่น คนกลุ่มนี้ฟังเฉพาะนักโทษหนีคดี ที่ไม่มีความรับผิดชอบใดๆ กับนโยบายหาเสียง ความเสียหายที่คนกลุ่มนี้ก่อไว้ มิได้มีเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเท่านั้น ยังมีอีกหลายโครงการที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ และสร้างความร่ำรวยให้กับพวกพ้องของตนเอง โดยไม่รู้สำนึกเลยว่าได้สร้างความเสียหายไว้อย่างมากมายมหาศาล

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ดำเนินการใดๆ เท่ากับเป็นการสนับสนุนให้คนชั่วลอยนวล ซึ่งท่านในฐานะผู้มีหน้าที่ต้องหาคนผิดมารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น หากท่านยังเพิกเฉย ท่านเองจะต้องรับผิดชอบ แม้จะอ้างว่าตั้งใจทำงาน ก็ไม่ทำให้ท่านหลุดพ้นจากความรับผิดไปได้

เราเตือนคุณแล้ว!!!

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ