posttoday
สมช.ต้องไม่เป็นเสือกระดาษ

สมช.ต้องไม่เป็นเสือกระดาษ

30 พฤศจิกายน 2557

ในยุคที่การบริหารประเทศโดยมีทหารนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดย...ปริญญา ชูเลขา

ในยุคที่การบริหารประเทศโดยมีทหารนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) งานด้านรักษาความมั่นคงจึงสำคัญมากและแทรกซึมในทุกมิติ เพื่อนำมาใช้เปลี่ยนผ่านการเมืองการปกครองและจัดการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารประเทศใหม่ ดังนั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงระดับมันสมองอย่างสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ย่อมมีบทบาทสำคัญด้วย “อนุสิษฐ คุณากร” เลขาธิการ สมช.คนใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” เกี่ยวกับภารกิจงานด้านความมั่นคง ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้

“อนุสิษฐ” อธิบายถึงงานด้านความมั่นคงในปี 2558 ว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีกำชับตลอดว่า สมช.ต้องนำ ต้องทำให้เกิดหรือเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้น นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้นใน 1 ปีนี้ ที่สำคัญต้องสามารถก้าวข้ามความขัดแย้ง ก้าวข้ามปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ ในอดีต เพื่อจะได้สร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของคนไทยในอนาคต

“ที่ผ่านมาเราอยู่บนความขัดแย้ง การแย่งชิงผลประโยชน์ สถานการณ์การใช้อำนาจโดยไม่ชอบ แม้กระทั่งในระดับชุมชนท้องถิ่นยังขัดแย้งกัน เกิดการทุจริตมากมาย ประเด็นเหล่านี้ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องเปลี่ยนแปลงและก้าวข้ามไปให้ได้ ดังนั้นในระดับงานด้านความมั่นคงต้องทบทวนและเปลี่ยนแปลง นั่นคือการนำมิติด้านความมั่นคงมาผนวกรวมกับงานพัฒนาประเทศทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง มิใช่นำเรื่องความมั่นคงซ่อนตัวอยู่ข้างหลังแบบเดิมๆ อีกต่อไป ดังนั้นจากนี้ไป สมช.จะไม่ใช่แค่เสือกระดาษอีกต่อไป”

อนุสิษฐ ย้ำว่า จุดเปลี่ยนผ่านอันสำคัญของงาน สมช. จากเดิมที่เป็นงานด้านความมั่นคงในอดีตทำงานแบบปิดทองหลังพระ แสดงตัวก็ไม่ได้ งบประมาณหรือเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ก็ไม่ชัดเจน แต่ ณ วันนี้เกิดความท้าทายว่า เมื่องานความมั่นคงต้องไปอยู่ในทุกๆ มิติ งานความมั่นคงจากนี้ไปต้องแสดงตัวตน ต้องบอกต่อสังคมว่าจะทำอะไร และจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร หรือมีความรับผิดชอบต่อสังคมให้ได้อย่างไร

ดังนั้น ในอนาคตงานเศรษฐกิจกับงานด้านความมั่นคงจะแยกกันไม่ออก กล่าวคือ สมช.ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดังเช่นการร่วมเป็นสถาปนิกออกแบบและสร้างบ้านด้วยกัน ต้องร่วมกันทำ เช่น การวางระบบไฟฟ้า หรือการวางระบบป้องกันขโมย ดังนั้นแม้ว่าประเทศจะมั่งคั่งร่ำรวยขนาดไหน แต่หากระบบความมั่นคงไม่เข้มแข็งย่อมเสี่ยงต่อการถูกจารกรรมและทำลายได้

ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปของรัฐบาล “อนุสิษฐ บอกว่า ทาง สมช.เองก็กำลังปฏิรูปองค์กรตัวเองเช่นกัน คือ การทบทวน พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ และในระยะต่อไปจะทำอย่างไรให้บทบาทและข้อเสนอแนะของ สมช. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสภา สมช. จะได้รับการยอมรับหรือนำไปดำเนินการในการบริหารราชการแผ่นดิน และโครงสร้างหรือองค์ประกอบของ สมช. มีหลายกระทรวงยังไม่เกิดขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาด้านความมั่นคงตามมา เช่น ปัญหาไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หรือตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ปัจจุบันเกิดปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิทธิมนุษยชน

“สิ่งที่จะปฏิรูปคงเป็นเรื่องของโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ เริ่มจากการปรับองค์ประกอบในเชิงภารกิจ อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน สมช. วิธีปรับคือ ต้องให้งานด้านความมั่นคงเข้าไปอยู่ในงานการบริหารราชการแผ่นดิน และการทำงานด้านความมั่นคงต้องไปสอดรับกับมิติความมั่นคงทุกๆ ด้าน ทุกๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยไม่ใช่การนำนโยบายไปครอบงานเดิมของแต่ละกระทรวง แต่ไปด้วยเนื้อหา สาระ หรือยุทธศาสตร์งานด้านความมั่นคงเป็นหลัก เพราะ สมช.เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะมันสมอง นักยุทธศาสตร์ หรือนักความมั่นคงของชาติ”

สำหรับร่างกฎหมาย สมช.ฉบับใหม่ จะมีงานตามภารกิจและยุทธศาสตร์รองรับงานเหล่านี้อยู่ โดยภารกิจงานด้านความมั่นคงจะนำไปผนวกรวมกับการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณร่วมด้วย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนประเทศ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยหลักงานด้านความมั่นคงคือกิ่งหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับประเทศ นี่คือนโยบายสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำชับมาโดยตลอดว่า ต้องนำมิติด้านความมั่นคงเข้าไปผนวกกับมิติด้านอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ

ยิ่งในยุครัฐบาลชุดนี้จะให้ความสำคัญสูงอย่างมาก เรื่องเศรษฐกิจกับความมั่นคงต้องควบคู่ไปด้วยกัน คือ ในระยะจากนี้ไปการบริหารงานเศรษฐกิจ ต้องเอางานด้านความมั่นคงมาให้มุมมอง หรือช่วยสนับสนุนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาชาติบ้านเมือง

เริ่มตั้งแต่ภารกิจที่ทาง สมช.ต้องไปทำงานคู่ขนาน หรือบัดดี้กับสำนักงบประมาณ สศช. ในการเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยดูแล หรือการพิจารณายุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ดังนั้นประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงจะสอดแทรกไปอยู่ในหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม เพราะแนวทางนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นต่อไปในการกำหนดทิศทางประเทศและการบริหารราชการแผ่นดิน

“ที่ผ่านมาการบริหารราชการในอดีต แม้จะมีมิติของความมั่นคงอยู่ แต่ในความมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ยกระดับความสำคัญของปัญหาความมั่นคง บางเรื่องไม่ได้ถูกสะท้อนออกมา ดังนั้นหากมีกลไกฝ่ายความมั่นคงเข้าไปช่วยมอง ช่วยชี้เป้าหรือชี้ประเด็นต่างๆ จะช่วยสร้างความสมบูรณ์และสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับความมั่นคงไปด้วยกัน นำไปสู่การสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาและบริหารประเทศ”

ทั้งนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการเดินหน้าเศรษฐกิจด้วยการนำมิติด้านความมั่นคงเข้าไปร่วมขับเคลื่อน คือ การให้ภาพและกระบวนการบริหารจัดการด้านความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายรัฐบาล ทาง สมช.จะให้มุมมองเกี่ยวกับประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการชายแดน โดยจะเป็นมิติที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับการค้าการลงทุนใดๆ ซึ่งสิ่งที่ทาง สมช.สะท้อน คือ การเฝ้าระวังแนวชายแดนเป็นสิ่งที่ทาง สมช.ให้ความสำคัญ ด้วยการนำกลไกและเครื่องมือของภาครัฐที่มีอยู่นำมาใช้และเฝ้าระวัง

หากชายแดนเกิดปัญหาความมั่นคง ซึ่งหน่วยงานหรือกลไกรัฐเหล่านี้จะได้เข้าไปทำงานได้ทันท่วงที เช่น ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โรคระบาดสัตว์ โรคอุบัติใหม่ ที่อาจจะเกิดจากการเคลื่อนย้ายคนอย่างเสรี ภายใต้การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างผิดปกติ เช่น การอพยพข้ามแดนผิดกฎหมาย ดังนั้นหน่วยงานรัฐต้องเฝ้าระวังและสามารถจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยให้ได้

สิ่งสำคัญคือ การจัดทำระบบแจ้งเตือนเพื่อให้สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที นี่คือทิศทางสำคัญในการดูแลความมั่นคง โดยทุกหน่วยงานที่เข้าไปอยู่ในกระบวนการต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ทาง สมช.มีความพร้อมทั้งในแง่ทิศทางและความเชื่อมโยงกับองค์กรด้านความมั่นคงระหว่างประเทศย่อมต้องเกิดขึ้น ทั้งการกำหนดกรอบ ทิศทาง หลักเกณฑ์หรือการจัดระเบียบ เช่น การข้ามแดนระหว่างประเทศ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน เป็นต้น

ขณะที่ขอบเขตงานใหม่ยังมีงานภัยพิบัติแห่งชาติด้วยที่ทาง สมช.ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเข้าไปอยู่ในกลไกการบริหารภัยพิบัติ หรือการต่อต้านการก่อการร้ายสากล กับการเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ทั่วทุกมุมโลก ภัยร้ายบนโลก หรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เป็นต้น ดังนั้นทาง สมช.ต้องมีความตื่นตัวอยู่ตลอด เพราะกระแสของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ยิ่งปัจจุบันโลกโดยเฉพาะโซเชียลมีเดียเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและไร้ตัวตน การใช้กฎหมายกำกับดูแลย่อมดำเนินการได้ยากลำบาก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ