
ถอนนามสกุล‘อัครพงศ์ปรีชา’
เอาผิดถอดยศปลดออก3ผู้ต้องหา เปิดเซฟพงศ์พัฒน์ไร้ทรัพย์สิน
เอาผิดถอดยศปลดออก3ผู้ต้องหา เปิดเซฟพงศ์พัฒน์ไร้ทรัพย์สิน
ประกาศคำสั่งยกเลิกสกุลพระราชทาน “อัครพงศ์ปรีชา” เครือข่าย พล.ท.พงศ์พัฒน์
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า สตช.รับทราบเรื่อง หนังสือประกาศคำสั่งยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน “อัครพงศ์ปรีชา” แล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับการให้ใช้นามสกุลดังกล่าวจะต้องกลับไปใช้นามสกุลเดิม คือ “เกิดอำแพง” และหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการยกเลิกนามสกุลดังกล่าว
สำหรับผู้ใช้ชื่อสกุลพระราชทาน อัครพงศ์ปรีชา พบว่าเป็นผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ซึ่งถูกจับกุมในช่วงที่ผ่านมา คือ นายณัฐพล นายณรงค์ และนายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ได้มีการเผยแพร่เอกสารจากกองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ฯ พระที่นั่งอัมพรสถาน ลงวันที่ 28 พ.ย. 2557 เรื่องยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน อัครพงศ์ปรีชา แจ้งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยให้ผู้ที่ใช้ชื่อสกุลพระราชทานนี้ในปัจจุบันกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม
ขณะเดียวกัน ยังมีการเผยแพร่คำสั่งการถอดยศทางทหารของนายณัฐพล ที่ยศก่อนถูกจับคือ ว่าที่ พ.ต. และนายสิทธิศักดิ์ ยศเดิมคือ จ.ส.อ. โดยมีเหตุผลว่าผิดวินัยประพฤติชั่วร้ายแรง และทำผิดกฎหมายบ้านเมือง และให้ออกจากราชการทันที
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งสำนักพระราชวัง ไล่นายณรงค์ออกจากข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ฐานกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยนายณรงค์ได้แอบอ้างพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อหาประโยชน์ส่วนตน
วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ได้พาช่างมาเปิดตู้เซฟของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ยึดไว้ก่อนหน้านี้จำนวน 2 ตู้ หลังจากเปิดตู้เซฟตำรวจไม่พบทรัพย์สินใดๆ ซึ่ง พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า น่าจะมีการแอบขนย้ายทรัพย์สินออกไปแล้ว และในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ จะเปิดตู้เซฟอีก 3 ตู้ ซึ่งมีขนาดใหญ่ เชื่อว่าน่าจะใช้เป็นตู้เก็บของมีค่า
“ขณะนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท. ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผู้กำกับการกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ซึ่งพบว่าเป็นคนใกล้ชิด และเป็นพยานสำคัญเรื่องเก็บทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เข้ารายงานตัว หากครบ 15 วัน ยังไม่ปรากฏตัว ถือว่าขาดราชการ ต้องโทษไล่ออก” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
ขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านญาติของนายชอบ ชินนะประภา ผู้ต้องหาเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบไม้แปรรูปจำนวนมาก อาทิ ไม้มะค่าและไม้สักกว่า 400 แผ่น โดยนายสายัณย์ ชินนะประภา น้องชายนายชอบ ระบุว่า ไม้เป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่มาฝากไว้เมื่อ 4 ปีก่อน
ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ไม้บางส่วนมีตราประทับของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เบื้องต้นจะอายัดไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบต่อไป
นอกจากนี้ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ได้นำตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มาขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกและคัดค้านการประกันตัว พร้อมยืนยันดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริงและหลักการกฎหมาย ไม่มีการซ้อมผู้ต้องหา







