
ทหารวางมือ จัดระเบียบส่อเหลว!?
ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
6 เดือนภายหลังกองทัพ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ นโยบายการจัดระเบียบในด้านต่างๆ อาทิ การจัดระเบียบชายหาด และการทวงคืนที่ดินและผืนป่า ซึ่งฝ่ายทหารดำเนินการอย่างเห็นเป็นรูปธรรมในช่วงแรก ก็ส่อเค้าว่าอาจจะไปต่อไม่ได้
ในบางพื้นที่เช่น จ.ภูเก็ต เมื่อเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น ผู้ประกอบการที่ต้องออกไปจากชายหาดในช่วงของการจัดระเบียบก็กลับคืนทำมาหากินบนชายหาดอีกครั้ง
พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในช่วงการจัดระเบียบที่ผ่านมา บอกว่า พยายามผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. ทำหน้าที่ เพราะเมื่อพ้นจากเหตุการณ์พิเศษแล้ว ทหารเรือจะเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ได้แล้ว จึงพยายามให้
ท้องถิ่นดำเนินการด้วยตัวเองให้เกิดความยั่งยืน ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ท้องถิ่นต้องไปแจ้งความ มิใช่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ พื้นที่สาธารณะควรเป็นสาธารณะ
พล.ร.ท.สายันต์ บอกว่า ภาพรวมของชายหาดต่างๆ เริ่มมีกลุ่มผู้ประกอบการเข้ามาวางที่นอนชายหาด ร่ม ขายอาหารเครื่องดื่มแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของ เทศบาล อบต. ต้องดูแล ถ้าพบเห็นขอให้ถ่ายภาพส่งมาให้หน่วยงานรับผิดชอบ จะได้ช่วยกันดำเนินการ
“ถ้ามีการนำ ร่ม นวด มาบริการบนชายหาด ต้องรื้อออกทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการใดๆ เพราะทางจังหวัดยังไม่ออกประกาศในเรื่องนี้ การกวาดล้างจัดระเบียบชายหาดเช่นในช่วงแรกคงไม่มีแล้ว ต้องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตามกฎหมายเข้าไปดำเนินการ มิเช่นนั้นแล้วทหารจะต้องเป็นผู้ถูกกล่าวหา ถูกฟ้องร้องเอง” พล.ร.ท.สายันต์ กล่าว
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 บอกว่า ขณะนี้มีการอ้างว่าทหารตกลงให้กลับมาทำกิจการบนชายหาดได้ ต้องบอกว่าทหารไม่ได้ตกลงด้วย ยิ่งมีข่าวลือเรื่องการรับส่วย ก็ขอให้ถ่ายรูปมาว่าเป็นหน่วยไหน เพราะทหารเรือยอมไม่ได้
“มีคนไปพูดอ้างว่าทหารโอเคให้ทำกิจการบนชายหาด ซึ่งผมไม่โอเคนะ ตอนนี้ทหารบกถอนกำลังไปแล้ว ถ้ายังอยู่ในพื้นที่ตอนนี้มีเพียงทหารเรือของทัพเรือภาคที่ 3 เท่านั้น ถ้าใครทำก็ถือว่าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา” ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวถึงสถานการณ์จัดระเบียบชายหาดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต
ด้านภารกิจการทวงคืนผืนป่าก็มีประสบปัญหาเช่นกัน พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี เสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า 3 เดือนใน
การออกปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าราว 40% ตั้งแต่หยุดยั้งเอาคืนและฟื้นฟูยังไม่คืบหน้า ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 จึงให้จัดทำแผนแม่บทในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยในไตรมาสแรกราวสิ้นเดือน ธ.ค.นี้จะมีการประเมินผล ซึ่งทุกหน่วยงานรับปากว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จหรือเห็นรูปธรรม
“หลายคดีจับกุมกันแล้วต้องถามว่าเมื่อไหร่จะเอาจริง อย่างกรณีการบุกรุกป่าโคกตาดซึ่งศาลสั่งเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีข้าราชการปลูกบ้านพักอยู่ หรือการบุกรุกภูขี้ไก่รอจนคดีหมดอายุความ จึงค่อยโยนเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยผู้ต้องหา 4 คน ตายไป 1 คน เหลือ 3 คน แต่เหลือที่รับราชการอีกแค่คนเดียว ซึ่งทหารไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ไม่มีอำนาจหน้าที่หรือกฎหมายเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ได้แต่เร่งรัดให้หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการให้ได้”
นี่คือเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งของผู้รับผิดชอบนโยบายการจัดระเบียบของ คสช. ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวโน้มว่า หลังจากดำเนินการด้วยอำนาจพิเศษเพื่อแก้ปัญหาที่หมักหมมมานาน เปิดทางให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เข้าไปดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ หลังจากนี้ไปก็น่าจับตาว่า หากฝ่ายทหารถอนตัวไป การจัดระเบียบในด้านต่างๆ จะลงเอยอย่างไร สำเร็จหรือล้มเหลว







