posttoday
ยธ.แก้นักโทษล้นคุกส่งใช้แรงงานบนเรือประมงแทนต่างด้าว

ยธ.แก้นักโทษล้นคุกส่งใช้แรงงานบนเรือประมงแทนต่างด้าว

22 พฤศจิกายน 2557

ราชทัณฑ์ยันหารือนายกสมาคมประมงแล้ว เผยผู้บริหารนิคมอมตะนครตอบรับให้นักโทษเข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเช้าไป -เย็นกลับ

ราชทัณฑ์ยันหารือนายกสมาคมประมงแล้ว  เตรียมคัดเลือกผู้ต้องหาสมัครใจใกล้พ้นโทษ-พักโทษ เผยผู้บริหารนิคมอมตะนครตอบรับให้นักโทษเข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเช้าไป -เย็นกลับ

วันที่ 22 พ.ย. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาค้ามนุษย์ด้วยการส่งนักโทษเข้าไปทำงานในเรือประมงเพื่อทดแทนการใช้แรงงานต่างด้าวว่า หลังจากพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่า การกระทรวงแรงงานได้หารือในระดับนโยบายกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการนำนักโทษไปทดแทนแรงงานในเรือประมง โดยตนพร้อมจะประสานกับปลัดกระทรวงแรงงานและอธิบดีกรมการจัดหางาน เพื่อนำนโยบายไปปฎิบัติในการแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุก ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะมีการตัดเลือกนักโทษที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษ หรือใกล้พ้นโทษมาสอบถามความสมัครใจในการทำงานบนเรือประมง หากเป็นนักโทษที่มีทักษะสามารถทำงานหนักในเรือได้ก็พร้อมจะหารือกับนายกสมาคมเรือประมงเพื่อจัดส่งนักโทษ ไปทำงานต่อไป

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า การใช้แรงงานนักโทษนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เพราะไม่มีการบังคับใช้แรงงาน เนื่องจากนักโทษสมัครใจไปทำงานในเรือและไม่ได้ถูกหลอกลวง อีกทั้งยังมีความเข้าใจในสภาพความเป็นอยู่ที่ต้องเผชิญ ที่สำคัญ แรงงานนักโทษไม่มีนายหน้าเป็นผู้ติดต่อ ดังนั้นหากทำงานไประยะหนึ่งแล้ว หากไม่พอใจก็สามารถขอเปลี่ยนประเภทงานและกลับขึ้นฝั่งได้ ต่างจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นการหลอกลวงแรงงานทั้งคนไทยและต่างด้าว

ขณะที่นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ตนและนายกสมาคมประมงได้หารือรายละเอียดในเบื้องต้นเพื่อให้กรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในเรือประมง ไปทดแทนแรงงานต่างด้าวแล้ว ซึ่งกรมฯจะทำการคัดเลือกนักโทษที่เหลือโทษจำคุกไม่มากและอยู่ในเกณฑ์พักการลงโทษไปทำงาน โดยจะถามความสมัครใจของนักโทษก่อนว่าสนใจจะไปทำงานในเรือประมงหรือไม่ จะไม่มีการบังคับส่งตัวไปใช้แรงงาน  นอกจากนี้จะหารือไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่างๆเพื่อขอให้รับนักโทษชั้นดี เข้าไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ลักษณะไปเช้ากลับเย็นเพื่อเป็นการใช้ประโยชน์แรงงาน ซึ่งจะทำให้นักโทษมีรายได้ ขณะที่เรือนจำจะได้ประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมให้นักโทษมีอาชีพก่อนได้รับการปล่อยตัวหลังพ้นโทษ

นายวิทยา กล่าวว่า สำหรับนิคมอุตสาหกรรมรายแรกที่รับแนวทางของกรมราชทัณฑ์ และพร้อมให้โอกาสนักโทษเข้าไปทำงานคือ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นของนายวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจชื่อดัง โดยตนจะนัดหารือกับนายวิกรมเร็วๆนี้  

นอกจากนี้นายวิทยา ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหานักโทษล้นคุกว่า พล.อ.ไพบูลย์ มีแนวคิดให้จัดตั้งเรือนจำสำหรับคุมขังนักโทษคดียาเสพติดเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศถูกใช้คุมขังนักโทษคดียาเสพติดประมาณ 2 แสนคนหรือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนนักโทษทั้งหมด 3.2 แสนคน สะท้อนให้เห็นว่านักโทษที่ก่ออาชญากรรมพื้นฐาน ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ฆ่าข่มขืนมีอยู่ประมาณ 1 แสนราย ซึ่งหมายถึงเรือนจำเป็นคุกที่ใช้ขังนักโทษคดียาเสพติด หากจำแนกรายละเอียดคดีจะพบว่าจำนวนนักโทษที่ก่อคดีครอบครองเพื่อเสพและจำหน่ายรายย่อย มีประมาณ 1 แสนราย ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงควรถูกคัดแยกออกจากนักค้ารายใหญ่ที่มีของกลางจำนวนมาก  ดังนั้นพล.อ.ไพบูลย์ สั่งให้ป.ป.ส.ตรวจสอบรายชื่อจากฐานข้อมูลยาเสพติด เพื่อไม่ให้การคัดแยกนักโทษใช้เกณฑ์จากจำนวนของกลางยาเสพติดเป็นหลักเพราะนักโทษที่มีพฤติการณ์เป็นนักค้ารายสำคัญบางรายเมื่อถูกจับพร้อมของกลางเป็นเล็กน้อย หรือบางรายไม่สามารถจับกุมได้พร้อมยาเสพติด การคัดแยกจึงต้องมีหลักเกณฑ์มากกว่าจำนวนของกลาง

นายวิทยา กล่าวอีกว่า พล.อ.ไพบูลย์ ยังสั่งการให้กรมราชทัณฑ์หาแนวทางแก้ปัญหาการบริหารจัดการเรือนจำเพื่อไม่ให้การปล่อยนักโทษดำเนินการแบบไม่สมเหตุสมผล ที่ผ่านมาผู้ต้องโทษประหารจำคุกจริง 15-20 ปีก็ได้รับการปล่อยตัวจนประชาชนมองว่ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ดังนั้นจึงต้องเร่งสร้างเรือนจำใหม่เพื่อรองรับนักโทษรวมทั้งมีการแยกเรือนจำยาเสพติดออกมาเฉพาะ เพื่อคุมขังนักโทษคดียาเสพติดจากอาญาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เรือนจำยังมีข้อจำกัดเรื่องบุคคลากร เรือนจำทรุดโทรม ได้กำชับให้ผบ.เรือนจำทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงของนักโทษที่จะทำการแหกหักก่อจลาจล

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย