
กมธ.ยกร่างฯ เคาะรธน.ห้ามยืดยาว
คำนูณ เผย เน้นบรรจุแค่หลักการ แต่เน้นปฏิรูปผ่านกฎหมายลูก ไม่การันตีสถานะองค์กรอิสระ เผย เสื้อเหลือง-แดง ไม่ร่วมถกปฏิรูป
คำนูณ เผย เน้นบรรจุแค่หลักการ แต่เน้นปฏิรูปผ่านกฎหมายลูก ไม่การันตีสถานะองค์กรอิสระ เผย เสื้อเหลือง-แดง ไม่ร่วมถกปฏิรูป
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมว่า คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีมติจะขอน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2540 ซึ่งมีสาระสำคัญว่าการร่างรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บท ถ้ามีข้อความมากเกินไปจะลำบากในการสร้างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม จึงควรมีการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะยึดถือเป็นต้นแบบในการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเนื้อหาที่ยาวจนเกินไป และจะบรรจุแต่หลักการสำคัญไว้ ส่วนรายละเอียดของเนื้อหาจะนำไปบัญญัติในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 18พ.ย.ที่ผ่านมา
นายคำนูณ กล่าวว่า ขณะเดียวกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการจัดทำกรอบเวลาการดำเนินงานยกร่างฯ ทั้งกระบวนการ ตามลำดับดังนี้ วันที่ 1 ธ.ค. คณะอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ 10 คณะ ส่งกรอบแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, วันที่ 1 – 10 ธ.ค. คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณากรอบแนวทางยกร่างรัฐธรรรมนูญเบื้องต้น, วันที่ 15 – 17 ธ.ค. คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมประชุมกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อรับฟังความเห็น, วันที่ 18 – 26 ธ.ค. คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขกรอบแนวทางเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์, วันที่ 19 ธ.ค. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, วันที่ 5 ม.ค.2558 กฤษฎีกายกร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นเป็นรายมาตราด้วยภาษากฎหมายตามกรอบแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญ, วันที่ 17 เม.ย.2558 เป็นวันสุดท้ายที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะจัดทำแนวทางร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ จากนั้นเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานสปช. และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคสช.ด้วย
วันที่ 6 เม.ย.58 วันสุดท้ายที่สปช.ต้องพิจารณาเสนอแนะหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ, วันที่ 16 พ.ค.58 วันสุดท้ายที่ครม.และคสช.สามารถเสนอความเห็นหรือยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม, วันที่ 25 พ.ค.2558 วันสุดท้ายที่สปช.ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, วันที่ 23 ก.ค.2558 วันสุดท้ายที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จ และเสนอสปช.ให้พิจารณา, วันที่ 6 ส.ค.58 วันสุดท้ายที่สปช.ต้องมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และวันที่ 4 ก.ย.58 วันสุดท้ายที่ประธานสปช.ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ
นายคำนูณ กล่าวว่า สำหรับการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ทางคณะอนุกมธ.จัดทำข้อเสนอแนะในการตราหรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่มีนายเจษฎ์ โทณะวณิก เป็นประธาน จะเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณา ซึ่งสาเหตุที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากได้มีการนำบทเรียนการใช้รัฐรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 มาทบทวน โดยพบว่ารัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ มีหลักการที่ดี แต่ไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติใช้จริง โดยมีสาเหตุมาจากไม่มีการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับในการปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 50 ที่มีการกำหนดเวลาให้ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีการดำเนินการ ดังนั้นรัฐธรรมนูญในอนาคตจะต้องมีบทบัญญัติที่บังคับให้มีการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง
นายคำนูณ กล่าวอีกว่า สำหรับร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะมีการตราออกมามีด้วยกันหลายฉบับ อาทิ ร่างพ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับวินัยการเงิน การคลัง รวมถึงร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น แต่ท้ายที่สุดจะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกี่ฉบับขึ้นอยู่กับโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญมากหรือน้อย สำหรับขั้นตอนในการเสนอกฎหมาประกอบรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 39 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกมธ.ยกร่างฯ ในการเสนอกฎหมายลูกให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้พิจารณา แต่ในขั้นตอนปฏิบัติจริงหากกฎหมายใดเป็นกฎหมายการเงิน กมธ.ยกร่างฯ อาจจะต้องเสนอให้ครม.พิจารณา และเป็นผู้ส่งมายังสนช.
เมื่อถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการทำประชามติในร่างรัฐธรมมนูญฉบับใหม่ ภายหลังนายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง บอกว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับการทำประชามติในเรื่องดังกล่าว นายคำนูณ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่มีการแก้ไข เพื่อเปิดช่องให้มีการทำประชามติ แต่หากมีการทำประชามติ จะมีผลให้กระบวนการที่กำหนดไว้ในปฏิทินล่าช้าออกไปอีก 3 เดือน
เมื่อถามว่า หากมีการยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระฉบับใหม่ จะมีผลให้ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ว่าจะมีการบัญญัติถึงสถานะขององค์กรอิสระอย่างไร
นายคำนูณ กล่าวอีกว่า ได้รับการประสานอย่างเป็นทางการว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ว่าจะไม่เข้าร่วมแสดงความเห็นต่อกมธ.ยกร่างฯ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอเลื่อนกำหนดวันแสดงความคิดเห็นออกไปก่อน ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ได้รับการประสานเช่นกัน จึงคิดว่าในกรณีที่นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในนามส่วนตัวคงไม่สามารถทำได้ เพราะจะต้องได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน







