
'รัฏฐาธิปัตย์อย่างเดียวที่แก้ได้'
ในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้บรรยายพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” มีเนื้อหาสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่กำลังเผชิญการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองตอนนี้อย่างน่าสนใจ โพสต์ทูเดย์สรุปบางห้วงบางตอนนำมาเสนอ
ในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้บรรยายพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” มีเนื้อหาสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่กำลังเผชิญการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองตอนนี้อย่างน่าสนใจ โพสต์ทูเดย์สรุปบางห้วงบางตอนนำมาเสนอ
“ก่อนอื่นเราสร้างความเข้าใจว่าประเทศเดินหน้าอย่างไร และจำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้มีผลสัมฤทธิ์ จับต้องได้เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้า คสช. และเป็นนายกรัฐมนตรีประมาณ 6 เดือน ได้เห็นถึงความมั่นคงว่ามีหลายมิติ ทั้งด้านทหาร เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันสร้างศักยภาพ อย่าแยกว่าเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องมีส่วนร่วม สื่อมวลชนเองก็ต้องมีส่วนสร้างสังคมให้ปรองดอง เกิดความสามัคคี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
หัวหน้า คสช. หยิบยกความมั่นคงด้านทหารมาแจกแจงเป็นอันดับแรกว่า ความมั่นคงด้านทหารนั้นจะต้องสร้างพลังอำนาจ มีทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน เช่น เรื่องขวัญกำลังใจในการสู้รบ จะต้องไม่มีบ่อนทำลายขวัญกำลังใจ ทุกคนต้องเข้าใจยุทธศาสตร์ทหาร เนื่องจากการรบมีหลายแบบทั้งรุก ทั้งรับ ยุทธศาสตร์การปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ มีกฎกติกา เพราะถ้าไม่เข้าใจยุทธวิธีเหล่านี้ จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เข้าใจ เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กองทัพ เพื่อช่วยไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เราจะต้องไม่รบกัน
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสัจธรรมปัญหาของการบริหารบ้านเมืองให้ทราบต่อไปว่า วันนี้ทั่วโลกมีความขัดแย้ง โดยต้นเหตุของความขัดแย้งคือ “ความยากจน” ต่อให้รบกันให้ตายก็ไม่มีทางชนะ ทั้งนี้จึงต้องเกิดผู้นำมาทำการเปลี่ยนแปลง การแก้ปัญหาเราต้องลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นหน้าที่รัฐบาลทุกประเทศต้องแก้ความยากจน เวลานี้อะไรที่เป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศต้องหยุดไว้ก่อน
“ที่ผมไปต่างประเทศ เพื่อไปแสดงว่าประเทศมีความสงบคนส่วนใหญ่มีความสุข แม้มีอึดอัดอยู่บ้าง ถามว่าทะเลาะต่อไปเกิดอะไรขึ้น ใครจะมาเที่ยว ทำไปเพื่อเพื่อใคร ตัดสินอะไรทำให้ถูกต้อง ผมไม่อยู่ข้างใคร อยู่ข้างประชาชน วันนี้ทำไมต้องมีกฎหมายพิเศษ ผมไม่ได้มีความสุขจากการใช้อำนาจ เราต้องมองสถานการณ์ประเทศก่อนว่ามั่นคงเหมือนพม่าไหม นานาชาติเข้าใจ มีแต่คนในประเทศเท่านั้นที่ไม่เข้าใจ”
“จากนี้สื่อไม่ต้องมาถามผมอีกว่า กฎอัยการศึกไม่มีได้ไหม มีแล้วใครเดือดร้อน วันนี้อนาคตชาติต้องมาก่อน ที่ผ่านมาความขัดแย้ง ความเห็นต่างแก้ไม่ได้ เพราะติดกฎหมาย ติดรัฐธรรมนูญ ใครก็แก้ไม่ได้ ยกเว้น รัฏฐาธิปัตย์ อย่างเดียวที่แก้ได้ จริงๆ ไม่อยากทำ ผมยอมให้ประเทศชาติเป็นอย่างนี้ไม่ได้ มันไม่ไหวจริงๆ มันไม่มีทางออก วันนี้มีแต่ความไม่ไว้วางใจกัน ขอกำลังใจหน่อย”
“คนที่มาชู 3 นิ้ว ผมไม่ได้โกรธ คนเราเห็นต่างกันได้ วันนี้ต้องลดความขัดแย้ง ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม รู้จักเสียสละ สร้างให้ทุกคนเข้าใจว่าต้องเสียภาษี วันนี้คนกลัวเสียภาษี ไม่ใช่ว่าเรารีดเลือดกับปู ผลประโยชน์ต้องเท่าเทียม ต้องก้าวข้ามกับดักประเทศ กับดักประชาธิปไตย ถ้าวันนี้ไม่มีทหารจะแก้ปัญหาได้ไหม ปฏิรูปได้หรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า แม่น้ำ 5 สายที่ประกอบด้วย คสช. ครม. สนช. สปช. และ กมธ.รธน. แต่มองว่าเป็น 5 นิ้วมือที่ต้องชี้ไปข้างหน้า ที่คุยกันคือ 3 เดือนนี้ต้องรู้แล้วกฎหมาย รัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ต้องมีกฎหมายลูกออกมารองรับ เอาแต่เรื่องสำคัญ ถ้า สปช.พูดแต่โครงสร้าง ชาติหน้าก็ไปไม่ได้ ภายใน 1 ปี ต้องมีกฎหมายรองรับ มีผลสัมฤทธิ์ ส่งต่อรัฐบาลใหม่ได้ ไม่ใช่คิดร้อยแปดพันเรื่อง โลกสวยไปหมด สุดท้ายต้องดูความต้องการเราคืออะไร
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามนักศึกษา วปอ.ถึงความคาดหวังการปฏิรูปตามโรดแมป ว่า วางกลไกปฏิรูปประเทศไว้ 1 ปี ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเผด็จการรัฐสภา ใช้อำนาจไม่โปร่งใส อย่างที่ผ่านมา ถ้าเราลบ ก้าวข้ามได้ ทุกคนเห็นต่างได้ แต่ต้องมามองว่าสถานการณ์ประเทศอยู่ตรงไหน ซึ่งตอนนั้นสถานการณ์อันตราย เลือกตั้งไม่ได้ จึงไม่มีทางอื่น ผมก็อยากพักผ่อน วันนี้ต้องขอร้องหาวิธีกลับมาสู่ความปกติให้ได้ ช่วยกันเหมือนกิ่งไม้ไผ่เล็กๆ มารวมกัน ก้าวพ้นจากตัวเอง คิดถึงคนอื่น







