posttoday
ศอฉ.แฉM67บ้านเมียการ์ดแดงโยงบึ้มกรุง

ศอฉ.แฉM67บ้านเมียการ์ดแดงโยงบึ้มกรุง

08 มิถุนายน 2553

ศอฉ.แถลง หลักฐานระเบิดเอ็ม 67 ที่พบภายในบ้านภรรยาการ์ดเสื้อแดง โยงเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพฯช่วงก.พ.-พ.ค. รวมทั้งเหตุยิงอาร์พีจีถล่มกลาโหม

ศอฉ.แถลง หลักฐานระเบิดเอ็ม 67 ที่พบภายในบ้านภรรยาการ์ดเสื้อแดง โยงเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพฯช่วงก.พ.-พ.ค. รวมทั้งเหตุยิงอาร์พีจีถล่มกลาโหม

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (โฆษก บช.น.) แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า จากการขยายผลการดำเนินคดีต่อเนื่องกรณีจับกุมนายโชคอำนวย หรือนายโชค สุรการ เป็นการ์ด นปช. ผู้ต้องหาที่ถูกจับเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา พบมีอาวุธปืนปากกา และเอกสารอื่น ถูกดำเนินคดีมีอาวุธปืน

ที่น่าสนใจคือวันที่ถูกจับมีนางพะยอม หนูสูงเนิน ภรรยาอยู่ด้วย แต่หลักฐานไม่ถึงจึงไม่ได้ควบคุมตัว แต่ต่อมาในวันที่ 18 พ.ค. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านนางพะยอมและพบหลักฐานสำคัญหลายรายการ เช่น ระเบิดเอ็ม 67 ปรากฏว่าระเบิดเหล่านั้นมีตำหนิมีการขูดลบหมายเลขในกระเดื่องด้วยปากกาเมจิสีน้ำเงิน ซึ่งนางพยอมรับว่าเป็นของนายโชคอำนวยมาฝากไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนางพยอมไว้

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พนักงานสอบสวนนำหลักฐานมาพิสูจน์และตรวจสอบเทียบเคียงกับหลักฐานที่พบจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.-19 พ.ค.ก็พบว่าระเบิดเอ็ม 67 ที่พบในบ้านของนางพะยอมมีพยานหลักฐานตรงกันกับเหตุระเบิดที่เกิดบ่อยครั้งในช่วงนั้น เช่น เหตุระเบิดแขวงการทางธนบุรีบางพลัด วันที่ 23 มี.ค. และวันที่ 24 มี.ค. เหตุระเบิดกรมบังคับคดีบางขุนนนท์ วันที่ 26 มี.ค. ระเบิดที่สำนักงานอัยการสูงสุด ระเบิดหน้าสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 บริเวณหน้าบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ครั้ง หน้ามูลนิธิรัฐบุรุษ หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที บริเวณสวนลุมไนท์พล่าซ่า รวม 7-8 ครั้ง เป็นลักษณะเดียวกันทั้งหมด และมีพยานหลักฐานยืนยัน

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการจับคนร้าย 2 คน คือ นายบัณฑิต สิทธิชุม และนายสุมนัฐ ปุนละเวศ กรณียิงอาร์พีจีเข้าใส่กระทรวงกลาโหมและวัดพระแก้ว ซึ่งระเบิดที่ปรากฏในรถของคนร้าย ส่วนหนึ่งมาตรงกับระเบิดในบ้านนางพะยอมด้วย

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจสรุปการจับกุมหลักฐานดังกล่าวไว้ 3 ประเด็น คือ 1.แหล่งที่มาของระเบิดทั้งหมดน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน 2.กลุ่ม นปช.ที่จับได้น่าจะเป็นกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง และ 3.คนร้ายเริ่มใช้ระเบิดตั้งแต่ก่อนการชุมนุมใช้ต่อสู้เจ้าหน้าที่จนถึงวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าระเบิดบ่อยครั้งเป็นการดำเนินการเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ในส่วนคดีที่ศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คน กรณีคนร้ายวางเพลิงเซ็นทรัลเวิร์ล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงครามได้จับกุมตัวตามหมายจับ ซึ่งพลเรือนดีแจ้งมา ชื่อนายสายชล แพบัว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนเดียวกับภาพถ่าย อยู่ในสถานที่เกิดเหตุและร่วมชุมนุมจริง แต่ปฏิเสธประเด็นการวางเพลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ดีเอสไอต่อไป

ในส่วนของกองปราบปราม ได้รายงานผลปฏิบัติเพิ่มเติม คือ แกนนำที่มอบตัววันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้ครบรอบควบคุมตัวครั้งที่ 3 คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายนิสิต สินธุไพร นายวิภู แถลงพัฒนภูไท นายขวัญชัย ไพรพนา วันนี้ได้ขออนุมัติศาลควบคุมตัวต่อตั้งแต่วันที่ 9-15 มิ.ย. ซึ่งศาลอนุมัติ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้จับกุมคนร้ายคดีเกี่ยวกับความมั่นคง 7 ราย คือ 1.นายชัชวาล ศรีจำปา ซึ่งพบว่ามีหลักฐานลอบวางเพลิง 3 แห่ง คือ ศาลากลางอุบลราชธานี ธนาคาร และหน้ากองบิน 1 จ.อุบลราชธานี 2.นายมานพ วิเศษประสิทธิ กรณีวางเพลิงที่อุบลราชธานี 3.น.ส.พัชรมล เพชรงาม ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ จ.อบุลราชธานี 4.นายยุทธพงษ์ ทองคำ หมายจับก่อความวุ่นวายในวันชุมนุม ขณะนี้ควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี 5.นายสมบัติ มากทอง มีข้อมูลเป็นกลุ่มการ์ด นปช.ที่ใช้ความรุนแรง ขณะนี้ควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ อ.ชะอำ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 6.นายสายชล แพบัว เผาเซ็นทรัลเวิร์ด และ 7.นายโชคอำนวย ซึ่งจะมีข้อหาเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาทำความผิดตามพรก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายอาญา ซึ่งถูกควบคุมอยู่ในพื้นที่ กทม. ของ บช.น.ทั้งสิ้น จำนวน 221 ราย โดยควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแจ้งวัฒนะ และตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 40 รายถูกควบคุมตัวที่เรือนจำ ปทุมธานี สมุทรปราการ และอยุธยา และตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 34 ราย อยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 105 นายอยู่ที่เรือนจำขอนแก่น มุกดาหาร และอุดรธานี , ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 20 ราย อยู่ที่เรือนจำเชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตำรวจภูธรภาค 7 อยู่ที่เรือนจำ นครปฐม รวมทั้งสิ้น 422 ราย สำหรับตำรวจในพื้นที่อื่น ไม่มีการควบคุมตัว คือตำรวจภูธรภาค 2 (ตะวันออก) และ ตำรวจภูธรภาค 6 (ภาคเหนือตอนล่าง) รวมถึง ตำรวจภูธร ภาค 8 และ 9 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับบุคคลสูญหาย ที่ญาติได้เข้าไปแจ้งความกับทุกสถานีตำรวจ 1,400 กว่าสถานี ซึ่งขณะนี้มีมาแจ้งความเจ้าหน้าที่จำนวน 20 คนโดยมีหลักฐานและญาติยืนยัน กระจายทั้ง ตำรวจภูธร ภาค 1-2-3 ซึ่งในส่วนนี้มีรายชื่อที่ถูกดำเนินคดีเพียง 1 ราย และ มีหมายจับ 1 คน คือ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปรียบเทียบกับข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงาหรือพรรคฝ่ายค้าน ที่ระบุว่ามีผู้สูญหายทั้งหมด 74 ราย ซึ่งตัวเลขจะแตกต่างกันระหว่างยอดของ ศอฉ.และมูลนิธิกระจกเงา

ที่ประชุม ศอฉ. ได้มอบหมายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหนังสือไปที่มูลนิธิกระจกเงาขอรายชื่อทั้งหมดเพื่อเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าสูญหายจริงหรือไม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการพิสูจน์ทราบ และตามหา หากไม่ได้สูญหายจริงก็ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการแจ้งความเท็จ รวมถึงประชาชนที่ไปแจ้งความกับมูลนิธิกระจกเงา และที่อื่นๆ ว่ามีคนสูญหาย ก็ให้มาแจ้งกับสถานีตำรวจที่ใกล้บ้านที่สุด โดยวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.)กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะนำรายชื่อผู้สูญหายทั้งหมดขึ้นเว็บไซต์เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อมูลได้ ซึ่งขณะนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวบรวมรายชื่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่นำขึ้นสู่เว็บไซต์แล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ