posttoday
สตง.ชี้ค่าหัวคิวพุ่ง30%ปปช.แนะเร่งการดำเนินคดีโกง

สตง.ชี้ค่าหัวคิวพุ่ง30%ปปช.แนะเร่งการดำเนินคดีโกง

18 พฤศจิกายน 2557

บิ๊กองค์กรอิสระชำแหละทุจริต สตง.ระบุค่าหัวคิวพุ่ง30% ป.ป.ช.เสนอลดอำนาจอัยการเพื่อให้คดีอาญาไม่ชะงัก

บิ๊กองค์กรอิสระชำแหละทุจริต สตง.ระบุค่าหัวคิวพุ่ง30% ป.ป.ช.เสนอลดอำนาจอัยการเพื่อให้คดีอาญาไม่ชะงัก

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดเสวนาในหัวข้อ "การพัฒนาจริยธรรม ระบบการให้บริการ เพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริต: มุมมองจากผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ" โดยมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการที่ถูกพาดพิงในงานวิจัยเรื่อง "คอร์รัปชันในระบบราชการไทย การสำรวจทัศนคติ และประสบการณ์ของหัวหน้าครัวเรือน"ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเป็นหน่วยงานที่เรียกรับสินบน มาชี้แจงถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริต

นายวานิตย์ อินทรักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า ปัจจุบันกรมที่ดินมีภารกิจในการให้บริการประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่กรมที่ดินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันกรมที่ดินได้มีการจัดตั้งศูนย์ราชการใสสะอาด พร้อมกับประกาศใช้จรรยาบรรณวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติและที่สำคัญ คือ กรมที่ดินได้นำระบบเทคโนโลยีมาช่วยทำงานเพื่อให้การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่มีความผิดพลาดน้อยที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นช่องให้เกิดการเรียกรับประโยชน์ได้

ด้าน พ.ต.อ.มงคล เกตุพันธุ์ รองผู้บังคับการกองอำนวยกาน สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกำลังพลประมาณ 2แสนนาย แน่นอนว่าย่อมมีทั้งคนที่ดีและคนที่ไม่ดี หรือที่เรียกว่าตำรวจนอกแถว ซึ่งสำนักงานจเรตำรวจ ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระเบียบวินัยตำรวจได้มีแนวทางกำชับให้นายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาต้องดูลตำรวจในสังกัดไม่ให้ทำตัวนอกแถว เพราะถ้าพบว่ามีการกระทำความผิด ทางผู้บังคับบัญชานายตำรวจคนนั้นจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

"ตำรวจเรามีการปลูกฝังค่านิยมที่ดีของตำรวจตั้งแต่เริ่มเข้ามาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องให้ท่องอุดมคติของการเป็นตำรวจตั้งแต่เช้าจนถึงก่อนเข้านอน" พ.ต.อ.มงคล กล่าว

ส่วน นายมานะ มิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์การต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมองว่าการคอร์รัปชันไม่ได้เป็นลักษณะของการดึงจากกระเป๋าประชาชนหรือการเรียกรับสินบนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการไปหาผลประโยชน์จากโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลประโยชน์และมีความคุ้มค่ามากกว่า ดังจะเห็นได้จากปัญหาการออกในอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือใบรง.4 ไปจนถึงความไม่โปร่งใสในกรมศุลกากร เป็นต้น

นายมานะ กล่าวถึงข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาว่า ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การทำกรอบจริยธรรม การตั้งศูนย์ภายในหน่วยงาน หรือการพิมพ์คู่มือเท่านั้น แต่ควรจะต้องทำแผนความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริต เพื่อให้เห็นการทำงานในหน่วยงานใดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตในส่วนใดบ้าง และเมื่อเห็นจุดเสี่ยงแล้วก็เร่งแก้ไขในจุดนั้น

ต่อมาเป็นการเสวนาในหัวข้อ "การพัฒนาจริยธรรม ระบบการให้บริการ เพื่อป้องปรามการทุจริต: มุมมองจากผู้กำกับดูแล"

ทั้งนี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า หน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คือ การป้องปราม ไม่ได้เป็นฝ่ายปราบปรามเหมือนกับพนักงานสอบสวน เมื่อตรวจเรื่องอะไรพบก็มาเผยแพร่เพื่อให้สังคมได้ตระหนักและร่วมตรวจสอบ แต่ที่ผ่านมาสตง.มักจะถูกตัดงบทุกปี เหมือนกับองค์กรอิสระอื่นๆ ทั้งๆที่สตง.และองค์กรอิสระมีหน้าที่และภารกิจจำนวนมาก

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า มาตรการวินัยการเงินการคลังเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้เงินของแผ่นดินไปโดยสูญเปล่า เหมือนกับการจัดการเลือกตั้งสส.ที่ผ่านมาซึ่งสตง.ได้มีหนังสือเตือนไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ซึ่งในอดีตเป็นการเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะค่านายหน้าหรือคอมมิชชั่น แต่ผ่านมามีพัฒนาการมาเป็นการทุจริตในเม็ดเงินงบประมาณถึง30%

"ใครก็ตามที่อาสาประชาชนมา ต้องทำหน้าที่เป็นผู้บริหารที่ดีให้ได้ ถ้าเป็นไม่ได้ก็ต้องออกไปและเอาคนอื่นมาทำหน้าที่แทน" นายพิศิษฐ์ กล่าว

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า การทุจริตที่ผ่านมารุนแรงมากทั้งในเชิงพื้นที่และพฤติการณ์ แต่มาหยุดชะงักเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยของปัญหายังคงอยู่ ซึ่งการแก้ไขจะต้องกลับไปดูอดีตแล้วดำเนินการปฏิรูป

"การทุจริตเดี๋ยวนี้มากันเป็นทีม ไม่ได้มาเป็นชายเดี่ยวหญิงเดี่ยว อย่างการซื้อตำแหน่งก็เปลี่ยนไปจากที่เคยใช้เงินซื้อตำแหน่ง มาเป็นไม่ต้องใช้เงินซื้อ แต่ขอให้ทำงานให้ด้วย ซึ่งมีความเสียหายยิ่งกว่าการใช้เงินซื้อตำแหน่ง หรือ การทุจริตเกี่ยวกับงบประมาณก็เปลี่ยนไป จากที่เป็นการทุจริตในงบประมาณที่มีอยู่ ก็เปลี่ยนมาเป็นการจัดตั้งงบประมาณเพื่อการทุจริต" เลขาธิการป.ป.ท.กล่าว

เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ระบบราชการที่เคยเป็นเกราะป้องกันการทุจริต แต่เครื่องมือและกลไกที่มีอยู่ไม่สามารถสร้างเกราะป้องกันให้กับราชการได้ ในแง่ของการปราบปรามก็ไม่ค่อยได้ผลเพราะจำนวนคนปฎิบัติหน้าที่ตรวจสอบกับปริมาณคดีคงค้างไม่สัมพันธ์กัน เพราะคนทำงานน้อยกว่าจำนวนคดีมาก

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.ก่อตั้งมาเป็นเวลา15ปี มีผลงานเป็นที่ประจักษ์พอสมควร จะเห็นได้จากการสามารถชี้มูลความผิดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มากมาย แต่ก็มีบางเรื่องที่ยังไม่พอใจ เช่น การได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลทุกรัฐบาลในอดีตที่จะเข้ามาช่วยป้องกันการทุจริต

"เรามียุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาแล้วถึงสองฉบับ แต่ยังไม่เป็นผล เพราะขาดความร่วมมือและการบูรณาการจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ต่างฝ่ายต่างทำเอางบประมาณไปทำเป็นเบี้ยหัวแตก ขาดเป้าหมายที่ตรงกัน และยังขาดความจริงใจจากฝ่ายรัฐบาลทุกสมัย โดยไม่มีการผลักดันให้หน่วยงานรัฐไปดำเนินการตามหรือออกเป็นกฎหมาย" นายสรรเสริญ กล่าว

นายสรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการฟ้องคดีอาญาในอนาคตเพื่อให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรให้เกิดการติดขัดหรือล่าช้าที่กระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง เช่น ในกรณีที่ป.ป.ช.ไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วและส่งคดีให้อัยการฟ้องต่อศาล จะตั้งคณะทำงานร่วมกันก็ว่ากันไป แต่ไม่ควรที่จะมีการไต่สวนเพิ่มเติมให้ครบ100% เพราะผู้ทำหน้าที่ไต่สวนย่อมดำเนินการมาครบถ้วนอยู่ และถึงอย่างไรตามขั้นตอนก็ต้องไปไต่สวนกันในชั้นศาลอีก

นายสรรเสริญ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการฟ้องคดีไม่มีใครเก่งเท่ากับอัยการ และคงไม่มีใครไต่สวนคดีได้เก่งเท่ากับป.ป.ช. แต่ขณะนี้ป.ป.ช.มีศูนย์ฟ้องคดี โดยมั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาเจ้าหน้าที่ของเราให้มีคุณภาพพอสำหรับการฟ้องคดีได้ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ