posttoday
งานวิจัย"จุฬาฯ"เผย"สนง.ที่ดิน"เรียกเงินสีเทามากสุด

งานวิจัย"จุฬาฯ"เผย"สนง.ที่ดิน"เรียกเงินสีเทามากสุด

18 พฤศจิกายน 2557

ปปช.จัดสัมมนาครบ 15 ปี จุฬา เปิดงานวิจัยเรื่องสินบนครัวเรือน พบมีมูลค่ารวม4.9พันล้านบาท สนง.ที่ดิน เรียกเงินสีเทามากที่สุด

ปปช.จัดสัมมนาครบ 15 ปี จุฬา เปิดงานวิจัยเรื่องสินบนครัวเรือน พบมีมูลค่ารวม4.9พันล้านบาท สนง.ที่ดิน เรียกเงินสีเทามากที่สุด

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ "คอร์รัปชันในระบบราชการ: ต้องทำอะไรต่อ?" ในโอกาสครบรอบวันสถาปนาสำนักงานป.ป.ช. 15 ปี ขณะเดียวกันคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร และ นายธานี ชัยวัฒน์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง "คอร์รัปชันในระบบราชการไทย การสำรวจทัศนคติ และประสบการณ์ของหัวหน้าครัวเรือน" ในปีพ.ศ.2557

โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นการวิจัยว่าครัวเรือนไทยถูกเรียกสินบนและเงินพิเศษเมื่อไปติดต่อกับหน่วยงานราชการบ่อยครั้งมากน้อยเพียงใดและเป็นเงินเท่าไหร ปัญหาที่รุนแรงกกระจุกตัวอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นการทำการสำรวจครัวเรือนจำนวน 6,048 ครัวเรือนในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.2557     

คณะผู้วิจัยได้สรุปถึงผลการวิจัยว่า เงินสินบนทั้งสิ้นที่ครัวเรือนถูกเรียกรับในปี 2557 มีมูลค่ารวม 4,944 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักงานที่ดิน 39% สถานีตำรวจ 36% โรงเรียนของรัฐบาล 13% กรมการขนส่ง 4% ศุลกากร 3% องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3% สรรพากร 1% และหน่วยงานอื่นๆ1%

"การเรียกเงินสินบนของโรงเรียนของรัฐบาลมีมูลค่าเฉลี่ย 11,796 บาท สูงที่สุดเมื่อเทียบกับหน่วยราชการอื่นๆ โดยมีศุลกากรอยู่ในอันดับสองมูลค่า 10,538 บาท โดยมูลค่ารวมของเงินสินบนที่ครัวเรือนถูกเรียกรับในปี 2557 ลดลงเมื่อกับปี2542 ที่มีถึง 15,400 ล้านบาท"คณะผู้วิจัยระบุ

นอกจากนี้ ยังได้มีการสำรวจทัศนคติของหัวหน้าครัวเรือนถึงความไม่สุจริตของหน่วยงานราชการด้วยพบว่าตำรวจมีความไม่สุจริตมากที่สุด รองลงมาเป็น สส. สภากทม. สภาเขต และกระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ทัศนคติของหัวหน้าครัวเรือนให้ความสำคัญกับปัญหาคอร์รัปชันมากขึ้น แต่เห็นว่าความร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชันน้อยกว่าปัญหาเศรษฐกิจไม่ดีและค่าครองชีพสูง โดยเห็นว่าสถาบันการศึกษาเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปราบคอร์รัปชัน รองลงมาเป็นป.ป.ช.

ศ.ผาสุก กล่าวว่า คอร์รัปชันในรูปของสินบนที่เป็นตัวเงินอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ 1.สินบนวงเงินสูงขนาดสิบล้านหรือร้อยล้านบาท โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างและโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ 2.สินบนในวงเงินไม่สูงมากที่ครัวเรือนประสบในชีวิตประจำวัน หรือเรียกว่า "คอร์รัปชันภาคครัวเรือน" ซึ่งการศึกษานี้เน้นไปที่การคอร์รัปชันประเภทหลังเพราะส่งผลกระทบกับคนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การที่ระดับการคอร์รัปชันและจำนวนเงินที่ประชาชนถูกร้องขอเป็นเงินสินบนและเงินพิเศษในปี 2557นั้นที่ลดลงเมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อปี 2542 อาจเป็นการประมาณการต่ำกว่าเป็นจริงด้วยสาเหตุ 2 ประการ คือ ข่าวสารการต่อต้านคอร์รัปชันทำให้ผู้ตอบคำถามของผู้วิจัยระมัดระวังมากขึ้น และการให้สินบนอาจมีรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน ซึ่งผลการสำรวจวิจัยนี้ทำให้เห็นภาพว่าการคอร์รัปชันภาคครัวเรือนที่ลดลง แต่ก็ยังปัญหาร้ายแรงในบางจุดและอาจเพิ่มความร่ำรวยผิดให้แก่ข้าราชการบางคน ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหามาตรการศึกษาป้องกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน