
ฟ้องสรยุทธไร่ส้มยักยอกเงิน
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง สรยุทธบริษัท ไร่ส้ม ฐานไม่จ่ายค่าโฆษณา อสมท 138 ล้านบาท
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง สรยุทธบริษัท ไร่ส้ม ฐานไม่จ่ายค่าโฆษณา อสมท 138 ล้านบาท
นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) แถลงว่า อัยการสูงสุดมีมติส่งฟ้องนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม และพวกรวม 4 ราย ในคดียักยอกเงินโฆษณาจากบริษัท อสมท กว่า 138 ล้านบาท ในการร่วมกันผลิตรายการคุยคุ้ยข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 โดยอัยการเห็นว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ได้กระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา
นายวันชัย กล่าวว่า จะมอบให้คณะทำงานผู้แทนของอัยการสูงสุด นำความเห็นไปประชุมร่วมกับคณะทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อยุติในการดำเนินการฟ้องคดีซึ่งเชื่อว่าคณะทำงาน ป.ป.ช. จะเห็นสอดคล้อง เนื่องจากในการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. ได้สรุปความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ไว้แล้ว หากที่ประชุมได้ข้อยุติเรียบร้อย เมื่อจะมีการฟ้องคดี สำนักงานอัยการสูงสุดจะมอบให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 รับผิดชอบต่อไป
ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ป.ป.ช. ได้ส่งรายงานการไต่สวนเพื่อให้ อสส.ดำเนินคดีอาญากับนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้า สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 8 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 นายสรยุทธ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 บริษัท ไร่ส้ม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และ น.ส.มณฑา ธีรเดช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้กระทำความผิดกรณีนายสรยุทธกระทำการโฆษณาเกินเวลา เมื่อครั้งจัดทำรายการคุยคุ้ยข่าว ที่ช่อง 9 ระหว่างปี 25482549 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับบริษัท อสมท
นางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัตราโทษความผิดดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์กรฯ มาตรา 6 พนักงานเรียกรับสินบน ระวางโทษจำคุก 520 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000–4 หมื่นบาท มาตรา 8 ฐานเป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต โทษจำคุก 520 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000–4 หมื่นบาท และมาตรา 11 ฐานพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก 110 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000–2 หมื่นบาท ส่วนนายสรยุทธ เมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบว่ากระทำผิดจริงก็ต้องรับโทษ 2 ใน 3







