
ผู้ว่าฯเดินหน้าเมกะโปรเจกต์แม่สอด
วอนประจินเร่งรัดอุโมงค์ลอดน้ำเมยประตูค้าตะวันตก
วอนประจินเร่งรัดอุโมงค์ลอดน้ำเมยประตูค้าตะวันตก
พ่อเมืองตากเร่งเดินหน้าอุโมงค์แม่สอดตาก ลอดข้ามแม่น้ำเมย เชื่อมเส้นทางการค้าพม่าสู่ยุโรป
นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผวจ.ตาก เปิดเผยว่า ภาครัฐและเอกชน รวมทั้งกลุ่มประชาสังคมใน จ.ตาก ได้ร่วมกันทำหนังสือถึง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เพื่อขอให้เร่งรัดสนับสนุนโครงการเมกะโปรเจกต์ อุโมงค์นครแม่สอดตาก และอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเมย เพื่อเปิดประตูเชื่อมอาเซียนประตูสู่ยุโรป และอันดามัน รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
นายสมชัยฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ตาก ได้เสนอเรื่องให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) พิจารณาโดยเร่งด่วนไปแล้ว ซึ่งการส่งเรื่องให้ รมว.คมนาคม ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อให้โครงการเดินหน้าได้เร็วที่สุด
นายสมชัยฐ์ กล่าวว่า ด้านการขยายถนนตากแม่สอดเส้นเดิม เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก็ยังคงดำเนินไป เพื่อให้นักธุรกิจและประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางการคมนาคมได้ทุกเส้นทางเพื่อความสะดวก
“จะต้องเร่งพัฒนาระบบคมนาคม การขนส่งสินค้า เพราะหากช้ากว่านี้อาจจะทำให้สูญเสียโอกาสการพัฒนาเมืองการค้าชายแดนไทยพม่า หากรัฐบาลมองว่าใช้งบประมาณมหาศาล ก็ต้องให้ภาคเอกชนหรือนักลงทุนต่างชาติ เช่น จีน เข้ามาร่วมลงทุน เพราะขณะนี้เส้นทางเชื่อมอาเซียนอันดามันยุโรป จากชายแดนไทยพม่า นครแม่สอด จ.ตาก เข้าพม่าที่จังหวัดเมียวดี ไปจังหวัดกอกาเรก สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังกรุงย่างกุ้ง–เมืองมะละแหม่ง ก่อสร้างใกล้เสร็จแล้ว” นายสมชัยฐ์ กล่าว
ผวจ.ตาก กล่าวอีกว่า จ.ตาก ได้ส่งผู้แทนร่วมประชุมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ใช้ร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ที่เสนอให้เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นพื้นที่นำร่องการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจะมีการจัดระเบียบบริหารแบบใหม่ รวมทั้งจะมีการให้อำนาจอนุมัติออกใบอนุญาตต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งธุรกิจและโรงงาน
“ด้านการสนับสนุนการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดจะกำหนดพื้นที่หรือโซนนิ่งอย่างชัดเจน หลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลา 23 เดือน ก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป” นายสมชัยฐ์ กล่าว
ผวจ.ตาก กล่าวอีกว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดจะเป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งคาดว่าจะมีนักธุรกิจและนักลงทุนเข้ามาลงทุนจำนวนมาก โดยอาจจะเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมคู่แฝดกับ จ.เมียวดีของพม่า ซึ่งเปิดพื้นที่ให้กว่า 2,500 เอเคอร์ หรือประมาณ 6,250 ไร่ เพื่อชักชวนให้นักธุรกิจไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุน
ทั้งนี้ กรอ.ตาก ได้เสนอให้รัฐบาลดำเนินโครงการขนาดใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมให้เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเป็นประตูการค้า นอกจากการก่อสร้างอุโมงค์ดังกล่าวแล้ว ยังมีการเสนอขยายท่าอากาศยานแม่สอดปัจจุบัน และก่อสร้างเพิ่มอีก 1 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการเสนอโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเข้ามายัง อ.แม่สอด







