
ทำเรื่องใหญ่ดีกว่า
การตรวจสอบป้องกันการสวมสิทธิชาวนาในโครงการจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ที่รัฐบาลมีการลงแรงอย่างแข็งขัน ถึงขั้นที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมลงไปเรียกประชุมแต่ละจังหวัดและกำหนดขั้นตอนเพิ่มเติม 5 ขั้นตอนในการตรวจสอบเพื่อให้ได้ชาวนาตัวจริงมารับเงิน รวมทั้งมีการส่งเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงไปช่วยอีกแรงหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหลายภาคส่วนในรัฐบาลในการป้องกันการทุจริต
การตรวจสอบป้องกันการสวมสิทธิชาวนาในโครงการจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ที่รัฐบาลมีการลงแรงอย่างแข็งขัน ถึงขั้นที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมลงไปเรียกประชุมแต่ละจังหวัดและกำหนดขั้นตอนเพิ่มเติม 5 ขั้นตอนในการตรวจสอบเพื่อให้ได้ชาวนาตัวจริงมารับเงิน รวมทั้งมีการส่งเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงไปช่วยอีกแรงหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหลายภาคส่วนในรัฐบาลในการป้องกันการทุจริต
อย่างไรก็ตาม นอกจากการป้องกันการทุจริตแล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรจะต้องตรวจสอบและเอาผิดการทุจริตในโครงการที่ผ่านๆ มาด้วยความแข็งขัน จริงใจ แบบเดียวกันด้วย
โดยเฉพาะการตรวจสอบทุจริตจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายจากการขายข้าวที่คาดว่าจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 6.6 แสนล้านบาท ตามที่หลายฝ่ายแสดงตัวเลขออกมาแล้ว สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ศึกษาร่วมกับคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ยังประเมินว่าจะมีความเสียหายจากการทุจริตอีกไม่น้อยกว่า 1.1 แสนล้านบาท
มูลค่าดังกล่าวมาจากการทุจริตในขั้นตอนการระบายข้าวหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี จำนวน 7.8 ล้านตัน ที่ถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่าไม่มีการขายข้าวจีทูจีเกิดขึ้นจริง แต่ 5 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถทำความจริงให้กระจ่างได้ว่า มีการขายข้าวจีทูจีเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ไม่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลการขายข้าวจีทูจีออกมา ว่าขายให้ประเทศใด ผ่านบริษัทหรือบุคคลใด ปริมาณและราคาเท่าไหร่ หรือโดยข้อเท็จจริงแล้วไม่เคยมีการขายข้าวจีทูจีเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นหน่วยงานเจ้าของข้อมูล
เรื่องนี้มีความสำคัญมากเพราะหากไม่มีการขายข้าวจีทูจีจริง ประเมินว่ารัฐจะเสียหายถึง 4.5 หมื่นล้านบาท และรัฐต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหาย ไม่ให้นักการเมืองในรัฐบาลต่อไปเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตในรูปแบบการเลือกขายข้าวให้พ่อค้าพรรคพวก การทุจริตข้าวถุง และข้าวหายไปจากโกดัง ที่รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยทำความจริงให้ปรากฏ
เทียบกับการป้องกันการสวมสิทธิชาวนาที่ได้ครัวเรือนละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทแล้ว รัฐบาลควรทุ่มสรรพกำลังไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ทำการสอบสวนเอาผิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์นับแสนล้านบาทด้วยเช่นกัน







