
สอบชาวนาถี่ยิบเงินช่วย 1 พันล่าช้า
สุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ หรือ 1.5 หมื่นบาท ในฤดูกาลผลิต 2557/2558 พบว่า การจ่ายเงินให้ชาวนาเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากต้องเข้มงวดกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพราะมีชาวนาที่เป็นลูกค้าใหม่ ไม่เคยเข้าร่วมโครงการของ ธ.ก.ส. มาร่วมลงทะเบียน ทำให้ต้องมีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ
สุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ หรือ 1.5 หมื่นบาท ในฤดูกาลผลิต 2557/2558 พบว่า การจ่ายเงินให้ชาวนาเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากต้องเข้มงวดกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพราะมีชาวนาที่เป็นลูกค้าใหม่ ไม่เคยเข้าร่วมโครงการของ ธ.ก.ส. มาร่วมลงทะเบียน ทำให้ต้องมีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้กำหนดให้เกษตรกรต้องเข้ามาลงทะเบียนขอรับสิทธิภายในวันที่ 15 พ.ย. 2557 โดยคาดว่าในสิ้นเดือน พ.ย. จะสามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ 80% ของเป้าหมายเบิกจ่าย นอกจากนี้เชื่อว่าจะมีรายชื่อเกษตรกรที่ตกหล่น และกลุ่มที่ต้องการสอบรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงเกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคใต้ ที่จะมีผลผลิตจะออกช้ากว่าพื้นที่ปลูกข้าวในภาคอื่นๆ มาลงทะเบียน ทำให้เกษตรกรส่วนที่เหลือเหล่านี้ จะทยอยเบิกจ่ายได้หมดก่อนสิ้นเดือน ธ.ค.นี้
สำหรับขั้นตอนการจ่ายเงินชาวนา จะแยกเป็น 2 ขั้นตอนหลักคือ ขั้นตอนการลงทะเบียน และขั้นตอนการรับเงิน
โดยในขั้นตอนการลงทะเบียนนั้น เกษตรกรต้องมาขอลงทะเบียนที่เกษตรอำเภอเพื่อติดประกาศรายชื่อในหมู่บ้านเป็นเวลา 3 วัน หากมีคนอื่นที่สวมชื่อเข้ามา ชาวบ้านสามารถร้องคัดค้านกับเกษตรอำเภอได้ เมื่อเกษตรกรได้รับการตรวจสอบรายชื่อแล้วจะต้องมาลงชื่อรับรองตัวเอง แล้วจึงส่งรายชื่อไปให้คณะกรรมการระดับตำบล ส่งต่อไปให้คณะกรรมการระดับอำเภอ เพื่อส่งให้คณะกรรมการระดับจังหวัดเซ็นรับรอง ก่อนจะส่งรายชื่อให้กรมส่งเสริมการเกษตร และ ธ.ก.ส.
ขณะที่ขั้นตอนที่ 2 คือขั้นตอนของการรับเงินนั้น เมื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบจากขั้นตอนแรกแล้ว สามารถนำเอกสารใบรับรองการขึ้นทะเบียน พร้อมบัตรประชาชน สมุดบัญชีที่จะให้โอนเงินเข้าไป มายื่นเรื่องได้ที่ ธ.ก.ส. โดยสาขาจะตรวจสอบข้อมูล และส่งให้ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ นำข้อมูลของสาขามาตรวจเช็กว่าตรงกับข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรหรือไม่ หากถูกต้องก็จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีทันที
“มีขั้นตอนค่อนข้างเข้มงวด ต้องมีคนเซ็นรับรองถึง 5 ชั้น ตั้งแต่เกษตรอำเภอ กรรมการระดับตำบล อำเภอ จังหวัดและกรมส่งเสริมฯ ทั้งนี้เพราะต้องการให้เงินถึงมือคนที่ถูกต้องมากที่สุด” สุพัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ได้สั่งการให้ ธ.ก.ส.ในแต่ละสาขาประสานหน่วยงานระดับอำเภอ และตำบล เข้าหาเกษตรกรเพื่อเตรียมความพร้อมด้านเอกสารต่างๆ ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้ขั้นตอนเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมา ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินให้ชาวนาตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ การเบิกจ่ายยังไม่ถึง 3,000 ล้านบาท แต่คาดว่าหลังจากนี้จะเร่งจ่ายเงินให้ได้วันละ 2,0003,000 ล้านบาท แต่สุดท้ายอาจทำไม่ทันภายในเดือน พ.ย. ตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.7 พ.ย. มีการเบิกจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท แล้ว 60 จังหวัด มีเกษตรกรได้รับเงินแล้ว 229,216 ราย เป็นพื้นที่ 2,752,196.25 ไร่ จำนวนเงิน 2,752,196,250 บาท







