
ต้องสร้างระบบควบคุม
นโยบายจัดสรรที่ดินให้คนยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังเร่งดำเนินการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ถือเป็นนโยบายที่ควรสนับสนุน เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ของประเทศในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อสร้างที่ทำกินในระยะยาวได้อีกด้วย
นโยบายจัดสรรที่ดินให้คนยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังเร่งดำเนินการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ถือเป็นนโยบายที่ควรสนับสนุน เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ของประเทศในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อสร้างที่ทำกินในระยะยาวได้อีกด้วย
หากรัฐบาลทำได้จริง จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกจำนวนมากได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะเหตุของความยากไร้ของคนไทย ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาไร้ที่ดินทำกิน เมื่อมีที่ดินทำกิน ก็ย่อมมีโอกาสสร้างรายได้ สร้างความมั่นคงให้กับครัวเรือนไทยให้มีชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ยังสามารถรักษาผืนป่าของประเทศที่ปัจจุบันร่อยหรอลงจากที่เคยมี 170 ล้านไร่ แต่ถูกบุกรุกโค่นป่าจนเหลือไม่ถึง 100120 ล้านไร่ จนทำให้สภาพภูมิอากาศของประเทศแปรปรวนไปทุกพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการรวบรวมที่ดินของรัฐมาจัดสรรให้กับผู้ที่บุกรุก และการจัดการกับผู้บุกรุกป่าของรัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง รัฐบาลจำต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนเจ้าของประเทศด้วยว่าจะมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด มีระเบียบการให้ที่ดินที่ชัดเจน เพื่อป้องกันมิให้ผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินของรัฐนำไปซื้อขายเปลี่ยนมือจนไปอยู่ในอุ้งมือของนายทุนเช่นในอดีต
แนวทางการจัดที่ดินของรัฐให้ราษฎรทำกินในรูปแบบสหกรณ์ แทนการให้สิทธิเป็นรายบุคคล ตามที่ประกาศออกมาในเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นมาตรการที่ดี เพื่อป้องกันการขายที่ดินให้กับนายทุนหรือบุคคลอื่น เพราะหากใครจะขายหรือเปลี่ยนมือสมาชิกก็จะทราบและดูแลกันเอง
แต่บทเรียนที่เกิดขึ้นจากอดีต ทำให้คนไทยทั้งประเทศยังไม่เชื่อว่าการให้สิทธิทำกินในรูปแบบสหกรณ์ จะไร้ซึ่งการแอบขายสิทธิโอนที่ดินให้กับบุคคลอื่น
กรณีของการออกเอกสารสิทธิในรูป นค.1 และ นค.3 ของกรมประชาสงเคราะห์ที่รัฐได้จัดสรรที่ดินให้ทำกิน หรือการออกเอกสารสิทธิ กสน.3 และ กสน. 5 ของสหกรณ์นิคมการเกษตร ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่เปิดทางให้ทำกินได้ระยะหนึ่งก็สามารถนำ นค.3 และ กสน.5 ไปออกโฉนดได้ แต่สุดท้ายก็มีการนำโฉนดดังกล่าวไปขายสิทธิกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ดังนั้น รัฐจะต้องมีมาตรการให้ความมั่นใจกับเจ้าของที่ดินทั้งประเทศด้วยว่าที่ดินเหล่านั้นได้ถูกใช้ประโยชน์จริง โดยมีขบวนการติดตามการใช้ประโยชน์ในที่ดินจริง ไม่ใช่จัดสรรที่ดินให้ไปแล้ว ไม่ได้มีการทำกินจนต้องถอนสิทธิ
นอกจากนี้ จะต้องมีการกำหนดบทลงโทษในกรณีขายสิทธิของบุคคลที่ได้รับการจัดสรร และต้องกำหนดกรอบการรับผิดชอบของสหกรณ์ด้วย เพื่อสร้างขบวนการเอาผิดทั้งตัวบุคคลและสหกรณ์ จะได้มีการควบคุมกันเองในพื้นที่
รัฐจะสร้างรูปแบบการเอาผิดทางกฏหมายอย่างไรและบุคคลที่ขาย ควรถูกตัดสิทธิ์การช่วยเหลือด้านการจัดที่ดินให้ ในอนาคต เช่นไม่สามารถไปขอรับที่ดินจากโครงการอื่นๆได้อีก
การสร้างมาตรการล้อมคอมเพื่อให้ความมั่นใจกับเจ้าของประเทศ จึงเป็นคำตอบสำคัญที่ทุกคนรอฟังในฐานะเสียสละเพื่อเพื่อนร่วมชาติ เพราะจากหลายกรณีที่ผ่านมา เห็นกัชัดเจนเรื่องที่ดินนั้น เผลอกันไม่ได้ ทั้งกรณีที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก.) รัฐ โดยกรมป่าไม้เมื่อปี 2544 เฉือนที่ดินป่าเสื่อมโทรมที่ไม่สามารถดูแลได้จนคนบุรุกเต็มพื้นที่ให้มาจัดสรรให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง สุดท้ายถูกขายสิทธิไปอยู่ในมือนายทุน เช่นวังน้ำเขียว ภูเก็ต และที่อื่นๆ
หรือที่ดินของนิคมสร้างตนเอง ที่ดินป่าเสื่อมโทรมที่รัฐให้สิทธิทำกิน (สทก.) ท้ายสุดไปอยู่ในมือนายทุน สร้างโรงแรม รีสอร์ท โรงโม่หิน เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตนคนไทยมาตลอด จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผลจากนโยบายครั้งนี้ คนไทยทั้งชาติมีสิทิธิมองโลกในแง่ร้ายว่าอาจเกิดปรากฏการณ์ซ้ำรอยเก่า







