
พลังงานยันปีหน้าค่าเอฟทีลด
อานิสงส์ทิศทางราคาน้ำมันโลกขาลง เร่งมือเสนอกพช.สรุปอัตรารับซื้อไฟฟ้า
อานิสงส์ทิศทางราคาน้ำมันโลกขาลง เร่งมือเสนอกพช.สรุปอัตรารับซื้อไฟฟ้า
พลังงานแย้มข่าวดีคาดปีหน้าราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว กดค่าเอฟทีลดลงแน่
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมการผู้ช่วย รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในทิศทางขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2558 ราคาจะอยู่ในระดับ 9095 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) ปรับลดลง
นายพรายพล กล่าวว่า ราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักจะอ้างอิงกับราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งที่ผ่านมาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นปีละ 12% แต่ในปีหน้าหากไม่มีวิกฤตเรื่องราคาน้ำมัน เชื่อได้ว่าจะเห็นค่าเอฟทีลดลงได้แน่นอน แต่ต้องติดตามปัจจัยอื่นๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนด้วย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2557 ค่าเอฟทีปรับเพิ่มขึ้นมา 2 รอบ คือ รอบเดือน ม.ค.เม.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 5 สตางค์/หน่วย และรอบเดือน พ.ค.ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 10 สตางค์/ยูนิต ส่วนรอบเดือน ก.ย.ธ.ค. ถูกตรึงไว้ ทำให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ 69 สตางค์/ยูนิต และเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน ทำให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.96 บาท/ยูนิต
นายพรายพล กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed In Tarif : FID) ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด เนื่องจากยังมีบางประเด็นที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม เช่น การกำหนดอัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ที่ผู้ประกอบการต้องการได้ในอัตราไม่ต่ำกว่า 12% ขณะที่ภาครัฐกำหนดไว้ 10% เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลโดยเฉพาะขยะมีความเสี่ยงสูง หากกำหนด IRR ที่ต่ำเกินไปจะมีปัญหากับการขอสินเชื่อจากธนาคาร
“จะพยายามสรุปตัวเลขทั้งหมด เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือนนี้ โดยเบื้องต้นอัตรารับซื้อไฟฟ้าของพลังงานชีวมวลน่าจะอยู่ที่ 47 บาท/หน่วย ในระยะเวลา 20-25 ปี แต่ในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) นั้นได้ กำหนดราคารับซื้อไปแล้วที่ระดับราคา 5.66 บาท/ยูนิต” นายพรายพล กล่าว
ด้านบริษัท ปตท. และบริษัท บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลงลิตรละ 60 สตางค์ ยกเว้น อี85 และลดราคาน้ำมันดีเซลลงอีกลิตรละ 30 สตางค์
แหล่งข่าวจากกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคาพลังงานที่เริ่มปรับตัวลดลงในช่วงนี้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินนั้นไม่ได้มีผลต่อราคาสินค้าและอาหาร เนื่องจากการพิจารณาปรับขึ้นลงราคาสินค้าและอาหารส่วนใหญ่ 80% มาจากต้นทุนวัตถุดิบ ขณะที่ราคาพลังงานคิดเป็นเพียง 20% ของต้นทุนราคาสินค้าและอาหาร ดังนั้นจึงยังไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติม
สำหรับกรณีราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลง 30 สตางค์/ลิตรนั้น ถือเป็นเรื่องดีเพราะเป็นต้นทุนของภาคขนส่ง แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องของภาคขนส่งที่ต้องไปพิจารณาปรับค่าบริการขนส่งมากกว่า







