
กติกาใหม่ที่ดี
การที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 19 ฉบับ และกำลังจะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง สะท้อนว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยตลอดระยะเวลา 82 ปีที่ผ่านมามีปัญหา
การที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 19 ฉบับ และกำลังจะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง สะท้อนว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยตลอดระยะเวลา 82 ปีที่ผ่านมามีปัญหา
การเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมือง ทั้งจากการยึดอำนาจโดยทหาร หรือการใช้อำนาจรัฐในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามก็ตาม มักต้องแลกด้วยคราบเลือดและความสูญเสียมาอย่างต่อเนื่อง
การเรียกร้องประชาธิปไตยในสังคมไทยจึงเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า และควรจะนำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่ทำให้พลเมืองต้องมาตกเป็นเหยื่อของการแย่งชิงอำนาจกันอีก
การกำหนดกติกาการอยู่ร่วมกันเที่ยวใหม่รอบนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องถกเถียงแลกเปลี่ยนกันในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ตกผลึก
ทั้งนี้ เพื่อให้ประเด็นการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะต้องยอมรับความจริงว่า รัฐธรรมนญฉบับย้อนหลังไปสองฉบับก่อนหน้านี้มุ่งเน้นการสกัดกั้นตัวบุคคลหรือคณะบุคคลมากกว่าการสร้างกระบวนการการพัฒนาการเมือง
ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญที่ผ่านมานอกจากมีเนื้อหายาวมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยังมีความซับซ้อนจนถูกนำมาเป็นเงื่อนไขในการต่อสู้ช่วงชิงความได้เปรียบซึ่งกันและกัน ทำให้ทุกมาตราถูกนำขึ้นสู่ศาลเพื่อตีความครั้งแล้วครั้งเล่า
ดังนั้น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการเมือง ควบคู่กับการบัญญัติอำนาจและบทบาทของผู้ใช้อำนาจที่จะต้องถูกตรวจสอบได้ ประชาชนเข้าถึงได้ มีการถ่วงดุลระหว่างการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่มีความลงตัวและไม่เกิดปัญหาเช่นในอดีต
เนื้อหาที่ต้องถกเถียงกันอย่างเข้มข้นก็คือ ที่มาของผู้เข้ามาใช้อำนาจแทนประชาชน ซึ่งบทเรียนจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 ได้สร้างให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง แต่ท้ายที่สุดพรรคการเมืองไทยกลับไม่มีความเป็นประชาธิปไตย พรรคการเมืองถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนหรือเจ้าของพรรคอย่างสิ้นเชิง
ประการต่อมา การได้ซึ่งผู้นำประเทศจากเดิมระบุให้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนด คราวนี้อาจต้องทบทวนเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรีว่าจะเลือกตั้งโดยตรง หรือใช้วิธีการอื่น รวมทั้งต้องสร้างกลไกให้ผู้นำรัฐบาล รวมถึงคณะรัฐมนตรีถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น
เหล่านี้ล้วนเป็นโจทย์ใหญ่ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ รวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะผลักดันให้การออกแบบกติกาใหม่สามารถเป็นเครื่องมือเปลี่ยนผ่านประเทศให้มีทางออกอย่างแท้จริง







