
ผบ.ทบ. ยังไม่ห่วงคลื่นใต้น้ำ
พล.อ.อุดมเดช เผย นายกฯ สั่งพุดคุยทำความเข้าใจกลุ่มเห็นต่าง ไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44 กำชับแม่ทัพภาค 4 ดูแลกำลังพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
พล.อ.อุดมเดช เผย นายกฯ สั่งพุดคุยทำความเข้าใจกลุ่มเห็นต่าง ไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44 กำชับแม่ทัพภาค 4 ดูแลกำลังพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
วันที่ 7 พย. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกระแสข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มความขัดแย้งทางการเมืองว่า จริงๆไม่มีอะไรมาก เป็นปกติจะมีคนเห็นต่าง จริงๆ ไม่มีข้อมูลว่าจะมีอะไรมาก และไม่ได้ห่วงกังวลอะไร นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าให้พยายามพูดคุยทำความเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างควาเข้าใจ จึงได้เน้นย้ำในการเสริมสร้างความเข้าใจ การสร้างความรักสามัคคี ยังเชื่อประเทศไทยยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าคลื่นใต้น้ำที่ได้รับรายงานมีการเคลื่อนไหวลักษณะอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทราบว่ามีการพูดคุยเสวนาแสดงความเห็น การแสดงออกในการเสวนา ซึ่งมีกฏระเบียบอยู่แล้วว่าต้องอนุญาตก่อน และต้องไม่มีเนื้อหาที่ทำให้เกิดการแตกความสามัคคีหรือการยุยงปลุกปั่น ซึ่งที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี ทั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปซึ่งรัฐบาลดำเนินการอยู่ แม้ไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่สามารถเข้ามาส่งคิดเห็นให้สปชได้ หากไปตั้งกลุ่มไปตั้งสภาเอาเองเกรงว่าจะทำให้เกิดสภาพไม่เอื้อต่อความรักษาความสามัคคี และความเรียบร้อยเรียบร้อย ทั้งนี้รัฐบาลเห็นว่ายังไม่จำเป็นประกาศมาตรา 44
"ตอนนี้ยังไม่ใช้ ขอให้เข้าใจว่าคสช.มีอำนาจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำ ยืนยันว่าให้ใช้วิธีการทำความเข้าใจ ที่ผ่านมาหลายอย่างอาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจ แต่ขอให้กลับมาเข้าสู่ระบบตามที่วางไว้ซึ่งต่อไปจะมีการดำเนินการตามกระบวนการปฏิรูปต่อไป ซึ่งมีแนวทางแล้วว่าคนที่ไม่มีโอกาสเป็นสปช.จะมีส่วนร่วมอย่างไร
"พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีการสกัดกั้นฝ่ายรัฐบาลเดิมหรือพรรคเพื่อไทย พล.อ.อุดมเดช กล่าว่า ขอเรียนว่าความความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ด้วยการผสมผสานแนวคิด ที่เป็นที่ยอมรับ และความพึงพอใจ จะไปจำกัดใครหรือกลั่นแกล้งใครนายกรัฐมนตรีจะไม่ทำ ยุทธศาสตร์จึงต้องสร้างการยอมรับและความพอใจ ถ้าสิ่งที่รัฐบาลทำแล้วไม่เกิดการยอมรับจะทำไปทำไม ขอให้เข้าใจและไม่เดินไปคนละทิศคนละทาง
นอกจากนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงเหตุยิงกันภายในค่ายลูกเสือเดชานุชิต ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี จังหวัดปัตตานี ว่า รู้สึกเสียใจ เหตุที่เกิดขึ้นอาจมาจากสาเหตุของภาระงานที่หนัก และอาจมีปัญหาส่วนตัวร่วมด้วยมาก ยืนยันจะพยายามทำให้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้สงบมากขึ้น ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยได้มอบนโยบายให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลกำลังพล โดยจัดอนุศาสนาจารย์เข้าดูแลในเรื่องของความรู้สึก และภาวะทางจิตใจ รวมทั้งจัดชุดจิตแพทย์เพิ่มเติม และให้ชุดแพทย์ที่ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอยู่แล้วเข้ามาดูแลอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีได้สั่งการให้เร่งหาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด







