
โวยกรมชลฯห้ามสูบน้ำทำนา
แม่น้ำน่านแห้งขั้นวิกฤตนาข้าวเสี่ยงล่มอุตรดิตถ์รวมตัวเรียกร้องยกเลิกคำสั่ง
แม่น้ำน่านแห้งขั้นวิกฤตนาข้าวเสี่ยงล่มอุตรดิตถ์รวมตัวเรียกร้องยกเลิกคำสั่ง
ชาวนาอุตรดิตถ์โวยกรมชลประทาน ห้ามสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน รวมตัวยื่นหนังสือร้องยกเลิกคำสั่ง
นายบัญชา อรุณเขต ประธาน สภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า กลุ่มชาวนาในพื้นที่ 4 ตำบล ของ อ.ลับแล และ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ประกอบด้วย ต.บ้านเกาะ ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ และ ต.ไผ่ล้อม ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล ได้ ร่วมกันทำหนังสือถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขอให้ช่วยประสานงานไปยังกรมชลประทานให้ยกเลิกคำสั่งห้ามสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน ซึ่งกระทบต่อนาข้าวที่กำลังออกรวง
ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกษตรกร ได้เดินเครื่องสูบน้ำที่บริเวณสถานีสูบน้ำบ้านเกาะ ต.บ้านเกาะ อ.เมืองอุตรดิตถ์ เนื่องจากปริมาณน้ำในลำน้ำน่านมีปริมาณน้อย เพราะเขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำเพียง วันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำสาขาตื้นเขิน และระดับน้ำในแม่น้ำน่านต่ำกว่าประตูระบายน้ำ จึงทำให้ไม่สามารถระบายน้ำสู่คลองชลประทาน ได้ ส่งผลกระทบต่อนาข้าวประมาณ 1.6 หมื่นไร่ ในพื้นที่ 4 ตำบลดังกล่าวประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังออกรวง
“ต่อมากรมชลประทานมีคำสั่งให้หยุดเดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน่านขึ้นมาใส่ นาข้าวที่กำลังตั้งท้องต้องการน้ำไปเลี้ยง ลำต้นและออกรวง หากไม่มีน้ำอาจทำให้นาข้าวเสียหายทั้งหมด จึงต้องขอให้กรมชลประทานยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพราะชาวนาเดือดร้อน อีกทั้งชาวนาอุตรดิตถ์ถือว่าเป็นเจ้าของน้ำ จึงมีสิทธิใช้น้ำจากแม่น้ำน่าน” นายบัญชา กล่าว
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศมีน้อยที่สุดในรอบ 16 ปี นับจากวิกฤตน้ำน้อยเมื่อปี 2541 คณะรัฐมนตรีมีมติประกาศห้ามทำนาปรังในพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำพอง (เขื่อนอุบลรัตน์) เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม รวมถึงเหลือน้ำส่วนหนึ่งไว้สำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นฤดูฝนปีหน้า
ด้านพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายพิพัฒน์ นิ่มเจริญนิยม หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำมูลบน ลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า แม้ปริมาณน้ำกักเก็บจะเหลือน้อยเพียง แค่ 59% ของความจุ ก็ยังปล่อยน้ำ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีในพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ รวมทั้งไร่มันสำปะหลังอีกประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดน้ำเริ่มเหี่ยวเฉาและยืนต้นตาย







