
ป่วนใต้ยกระดับต่อรอง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ผู้คุมนโยบายด้านความมั่นคงทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยอมรับตรงกันว่า สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นบ่อยครั้งในระยะนี้ เนื่องจากผู้ก่อความไม่สงบต้องการยกระดับการก่อเหตุ เพื่อต่อรองในการพูดคุยเพื่อสันติสุข
“ก่อนหน้านี้มีการจับกุมผู้ก่อเหตุและแกนนำ จึงมีการตอบโต้เจ้าหน้าที่ ยอมรับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะผู้ก่อเหตุต้องการต่อรอง เพื่อการเจรจาสันติสุข ขณะที่กระบวนการพูดคุยจะเดินหน้าตามขั้นตอน ไม่จำเป็นต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเจรจากับมาเลเซียโดยตรง” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ด้าน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การที่กลุ่มก่อความไม่สงบยังก่อเหตุเพื่อการต่อรองในการพูดคุยสันติภาพ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการให้เกิดการพูดคุยหรือไม่ แต่ไทยยืนยันต้องการพูดคุยบนพื้นฐานสันติวิธี เชื่อว่าความตั้งใจและความจริงใจในการพูดคุยจะช่วยลดปัญหาความรุนแรงได้
“นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับทางการมาเลเซียแล้ว อยากมีการพูดคุยเหมือนเดิม อีกทั้งอยากให้แก้ปัญหาด้วยความสันติสุขไม่ใช้กำลังแก้ไขปัญหา หากเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อาจจะทำให้มีการต่อรอง ซึ่งอาจทำให้ผู้ก่อความไม่สงบพยายามยกระดับความรุนแรงในการสร้างสถานการณ์มากขึ้น” ผบ.ทบ. กล่าว
ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้ประชุมหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำชับการระวังป้องกันการก่อเหตุในพื้นที่โดยสั่งกำชับ 6 มาตรการ ประกอบด้วย
1.เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบและติดตามสืบสวนหาคนผิด 2.ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุ ปรับใช้มาตรการเชิงรุกในช่วงกลางคืน ตั้งจุดตรวจ ทั้งเขตในเมืองและนอกเขตเมือง 3.ปรับเพิ่มประสิทธิภาพงานโดยใช้การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.ให้เจ้าหน้าที่ปรับลักษณะการทำงานให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มักจะเกิดเหตุ โดยเน้นช่วงกลางคืนให้มากขึ้น 5.การปฏิบัติงานของจุดตรวจเฉพาะกิจ หรือหน่วยย่อยขนาดเล็กต้องมีการแสดงตนชัดเจน และ 6.งานมวลชนให้ดำรงความต่อเนื่องในการสร้างความเข้าใจและความรู้สึกที่ดีๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน เน้นการพูดคุยสันติสุขในระดับพื้นที่ด้วย
“ผมยืนยันว่าเราได้ให้ความระมัดระวังในการแก้ปัญหา แต่เรามีจุดอ่อนบางอย่าง เช่น หากเข้าไปดูแลโรงเรียนอาจทำให้คนร้ายไปก่อเหตุในสถานที่ราชการอื่น ขณะนี้เราจึงวางกำลังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ขอความเห็นใจประชาชนในพื้นที่ เพราะระหว่างคนตั้งใจก่อเหตุกับคนแก้ไขปัญหามีวิธีการทำงานที่ยากลำบากแตกต่างกัน เราจึงพยายามปรับยุทธวิธี” ผบ.ทบ. กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 (บช.ภ.9) เปิดเผยว่า เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 บุกกราดยิงชาวบ้านไทยพุทธ เสียชีวิต 3 คน ที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น พบว่าเดิมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีแผนที่จะก่อเหตุรุนแรงและโปรยใบปลิวพร้อมกันในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ประกอบด้วย เทพา สะบ้าย้อย จะนะ และนาทวี เพื่อขยายความรุนแรงเชื่อมโยงกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเกิดเหตุรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง
“ก่อนที่จะเกิดเหตุยิงชาวบ้านที่เทพาเพียง 1 วัน พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ได้จับกุมกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้ 6 คน จึงสามารถสกัดแผนการก่อเหตุในพื้นที่ 4 อำเภอ และคนร้ายลงมือเฉพาะในพื้นที่ อ.เทพา เพียงเหตุการณ์เดียว” แหล่งข่าวเปิดเผย
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 5 ว่า ที่ประชุมได้เสนอให้กองทัพบกสนับสนุนอาวุธให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้อาสาสมัครรักษาดินแดนใช้ในการปฏิบัติงาน จำนวน 2,700 กระบอก และจะเปิดรับสมัครตำรวจ 2,000 อัตรา โดยจะรับสมัครจาก 14 จังหวัดภาคใต้ 1,000 อัตรา และในพื้นที่อื่น 1,000 อัตรา นอกจากนี้ได้อนุมัติจัดตั้งกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 1,622 อัตรา ขนาดกำลัง 16 กองร้อยทหารพราน และ 1 หมวดทหารพรานนาวิกโยธิน (หญิง) เพื่อลดการใช้กำลังรบหลัก โดยจะมีแผนการจัดตั้งในระยะเวลา 2 ปี กรอบงบประมาณ 1,700 ล้านบาทเศษ







