posttoday
ดาวบีตาขาตั้งภาพ

ดาวบีตาขาตั้งภาพ

02 พฤศจิกายน 2557

กลุ่มดาวขาตั้งภาพเป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าใต้ ดาวสมาชิกในกลุ่มไม่ค่อยสว่าง จึงอาจไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก

กลุ่มดาวขาตั้งภาพเป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าใต้ ดาวสมาชิกในกลุ่มไม่ค่อยสว่าง จึงอาจไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ผู้สังเกตในประเทศไทยจะเห็นกลุ่มดาวนี้ปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศใต้ด้วยมุมเงยไม่เกิน 45 องศา โดยอยู่ใกล้ดาวคาโนปัสในกลุ่มดาวกระดูกงูเรือ สังเกตได้ดีที่สุดในช่วงเวลาเดียวกับที่เห็นกลุ่มดาวนายพรานอยู่สูงกลางฟ้า

แม้จะเป็นกลุ่มดาวขนาดเล็ก ไม่โดดเด่น แต่กลุ่มดาวขาตั้งภาพก็ได้รับความสนใจมาก เนื่องจากมีดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ชื่อดาวบีตาขาตั้งภาพ นักดาราศาสตร์ค้นพบว่าดาวดวงนี้มีจานฝุ่นอยู่รอบดาว และมีดาวเคราะห์เป็นบริวาร ผลการสังเกตล่าสุด ยังแสดงว่ามีดาวหางที่สามารถจำแนกได้เป็นสองกลุ่ม

เราเรียกดาวเคราะห์ที่เป็นดาวบริวารของดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ว่าดาวเคราะห์ต่างระบบ ก่อนหน้านี้เรียกว่าดาวเคราะห์นอกระบบ หรือดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ตามศัพท์ในภาษาอังกฤษว่า extrasolar planet หรือ exoplanet ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบัญญัติศัพท์ดาราศาสตร์ของราชบัณฑิตยสถานเสนอให้ใช้ว่าดาวเคราะห์ต่างระบบ

ชื่อของดาวบีตาขาตั้งภาพ มาจากชื่อที่เป็นอักษรกรีก ตามด้วยชื่อกลุ่มดาว ซึ่งในที่นี้คือดาวบีตา (Beta) ในกลุ่มดาวขาตั้งภาพ (Pictor) โดยทั่วไป ชื่อที่เป็นอักษรกรีกจะบอกว่าดาวดวงนั้นสว่างเป็นอันดับที่เท่าใดในกลุ่มดาวนั้น เรียงตามลำดับอักษร ได้แก่ ดาวแอลฟาสว่างที่สุด ดาวบีตาสว่างรองลงมา ดาวแกมมาสว่างเป็นอันดับ 3 เป็นเช่นนี้เรื่อยไป แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะในอดีตไม่มีเครื่องมือใช้วัดความสว่างเป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ความสว่างของดาวก็มีการเปลี่ยนแปลงได้

ดาวบีตาขาตั้งภาพอยู่ห่างออกไป 63 ปีแสง เป็นดาวสว่างอันดับสองของกลุ่มดาวขาตั้งภาพ ตำแหน่งของดาวดวงนี้อยู่ห่างดาวคาโนปัสไปทางทิศตะวันตกประมาณ 6 องศา สว่างที่โชติมาตร 3.9 ซึ่งโชติมาตรนี้ใช้บอกความสว่างของดาว ยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ดาวจางที่สุดที่ตามนุษย์มองเห็นได้สว่างราวโชติมาตร 6.5 ดาวบีตาขาตั้งภาพจึงไม่ค่อยสว่างนัก แต่ก็ยังเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะเมื่อสังเกตจากแถบชานเมือง หรือห่างไกลจากเมืองใหญ่ หากเห็นดาวคาโนปัสปรากฏอยู่สูงสุดทางทิศใต้ ดาวบีตาขาตั้งภาพจะอยู่ทางขวามือของดาวคาโนปัส สามารถเห็นได้ภายในขอบเขตภาพของกล้องสองตาขนาด 7x50 (ช่วงต้นเดือน พ.ย. กลุ่มดาวนี้จะอยู่สูงสุดในเวลาประมาณ ตี 3ตี 4)

การวัดสเปกตรัมของดาวพบว่าพื้นผิวดาวบีตาขาตั้งภาพมีอุณหภูมิสูงราว 7,800 องศาเซลเซียส สูงกว่าดวงอาทิตย์ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวราว 5,500 องศาเซลเซียส หากนำดวงอาทิตย์ไปวางไว้ที่ตำแหน่งของดาวบีตาขาตั้งภาพ ดวงอาทิตย์จะมีความสว่างน้อยกว่าดาวดวงนี้ประมาณ 9 เท่า

การสำรวจในคลื่นอินฟราเรดด้วยดาวเทียมและภาพถ่ายเมื่อ 30 ปีก่อน ทำให้ค้นพบและยืนยันว่าดาวบีตาขาตั้งภาพมีจานฝุ่นล้อมรอบ ระนาบของจานอยู่ในแนวสายตาเมื่อมองจากโลก แสดงว่าเป็นดาวอายุน้อย คล้ายระบบสุริยะในยุคแรกๆ ที่คาดว่าเต็มไปด้วยแก๊สและฝุ่นหนาแน่น โคจรรอบดาวแม่ในลักษณะที่เป็นแผ่นจานตามระนาบศูนย์สูตรซึ่งเกิดจากการหมุนรอบตัวเองของดาว การศึกษาการเคลื่อนที่และสมบัติของดาวฤกษ์บริเวณข้างเคียง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเป็นกระจุกดาวในกลุ่มฝุ่นและแก๊สเดียวกัน แสดงว่าอาจมีอายุเพียง 820 ล้านปีเท่านั้น

พ.ศ. 2551 นักดาราศาสตร์ประกาศการค้นพบดาวเคราะห์รอบดาวบีตาขาตั้งภาพ หลังจากที่ได้วิเคราะห์ภาพถ่ายที่บันทึกไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ด้วยกล้องวีแอลทีในชิลี คาดว่าเป็นดาวเคราะห์แก๊สขนาดใหญ่ มีมวลประมาณ 411 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี ก่อนหน้าการค้นพบนี้ พ.ศ. 2538 นักดาราศาสตร์คณะเดียวกันเคยสงสัยว่าดาวบีตาขาตั้งภาพอาจมีดาวเคราะห์เป็นบริวาร เนื่องจากพบการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดาว ซึ่งคาดว่าเกิดจากดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ อันเป็นวิธีหนึ่งที่นักดาราศาสตร์ใช้ค้นหาดาวเคราะห์ต่างระบบในปัจจุบัน

การค้นพบเกี่ยวกับดาวบีตาขาตั้งภาพยังไม่หมด สัปดาห์ที่แล้ว นักดาราศาสตร์เปิดเผยข้อมูลจากการสังเกตสเปกตรัมของดาวดวงนี้ระหว่าง พ.ศ. 25462554 แสดงว่ามีวัตถุที่เชื่อว่าเป็นดาวหาง เคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ เนื่องจากวัตถุเหล่านี้ปล่อยแก๊สและฝุ่นบดบังแสงของดาวฤกษ์ในความยาวคลื่นเฉพาะ

หลังจากวิเคราะห์สเปกตรัมของดาวบีตาขาตั้งภาพในช่วงที่ดาวหางจำนวน 493 ดวง โคจรผ่านหน้า นักดาราศาสตร์สามารถแบ่งดาวหางเหล่านี้เป็นสองกลุ่ม โดยดูจากความลึกของสเปกตรัมดูดกลืน ได้ข้อสรุปว่าดาวหางกลุ่มที่ก่อให้เกิดสเปกตรัมดูดกลืนลึก (เรียกว่ากลุ่มดี D : deep) มีการปล่อยแก๊สมากกว่าอีกกลุ่ม และมีทิศทางการเคลื่อนที่แบบเดียว ส่วนกลุ่มที่ก่อให้เกิดสเปกตรัมดูดกลืนตื้น (เรียกว่ากลุ่มเอสS : shallow) ปล่อยแก๊สน้อยกว่า และมีทิศทางการเคลื่อนที่ได้ในทุกทิศทาง

เมื่อเปรียบเทียบกับระบบของเรา ดาวหางในระบบสุริยะก็สามารถแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ตามวงโคจรและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ อย่างกลุ่มของดาวหางเฉียดดวงอาทิตย์ ซึ่งมีจำนวนมาก ก็มีวงโคจรที่แน่นอน ดาวหางคาบสั้นหลายดวงมีวงโคจรสัมพันธ์กับดาวพฤหัสบดี เนื่องจากได้รับแรงโน้มถ่วงรบกวน ส่วนดาวหางที่มาจากเมฆของออร์ต ซึ่งอยู่ที่ขอบระบบสุริยะ มีการเคลื่อนที่เข้ามาได้จากทุกทิศทาง

ผลการศึกษาดาวบีตาขาตั้งภาพจึงเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์สามารถจำแนกกลุ่มของดาวหางรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นได้ การค้นพบหลายอย่างทำให้ระบบดาวนี้เป็นระบบที่มีความน่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งบนท้องฟ้า

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (29 พ.ย.)

ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู มองเห็นอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตก เยื้องไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อท้องฟ้ามืดพอสมควรในเวลา 1 ทุ่ม ดาวอังคารจะอยู่สูงเหนือขอบฟ้าประมาณ 30 องศา จากนั้นเคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนตกลับขอบฟ้าราว 3 ทุ่มครึ่ง

ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ขึ้นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาก่อนตี 1 เล็กน้อย จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จนกระทั่งท้องฟ้าสว่างในเวลาเช้ามืด ซึ่งเมื่อถึงช่วงนั้น ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นไปอยู่สูงเกือบถึงจุดเหนือศีรษะ

ดาวพุธอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว หลังจากทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากที่สุดในสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้เคลื่อนกลับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นทุกวัน มองเห็นอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก เช้ามืดวันที่ 5 พ.ย. ดาวพุธอยู่ใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะ 4.3 องศา โดยปรากฏอยู่ทางทิศเหนือ (ซ้ายมือ) ของดาวรวงข้าว

ต้นสัปดาห์เป็นปลายข้างขึ้น ดวงจันทร์ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ หลังจันทร์เพ็ญในวันที่ 7 พ.ย. จะเข้าสู่ข้างแรม เช้ามืดวันที่ 8 พ.ย. ดวงจันทร์อยู่ทางซ้ายมือของกระจุกดาวลูกไก่ที่ระยะ 8 องศา วันถัดไปอยู่ทางขวามือของดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัวที่ระยะ 2 องศา

วันศุกร์ที่ 7 พ.ย. สถานีอวกาศนานาชาติปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด มองเห็นเป็นจุดสว่างคล้ายดาว แต่เคลื่อนที่ได้ กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นสถานีอวกาศขณะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 05.03 น. จากนั้นสถานีอวกาศเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่มุมเงยประมาณ 40 องศา แล้วเคลื่อนต่อไป สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 05.09 น.

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว