
สิงคโปร์เบอร์ 1
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ดูเหมือนว่าสิงคโปร์ รัฐเกาะเล็กๆตรงปลายติ่งของคาบสมุทรมาลายู จะพัฒนาตัวเองไปไกลเกินที่เพื่อนบ้านจะก้าวทันเสียเหลือเกินครับ อย่างล่าสุด สิงคโปร์ก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจมากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ครับ
หลายคนได้ฟังแล้ว อาจจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตนิดเดียว อีกทั้งยังมีรัฐบาลที่แม้ว่าจะเรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ก็เป็นแบบเผด็จการรัฐสภากลายๆ แต่ก็กระนั้นก็ต้องยอมรับครับแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาล และคณะผู้ปกครองของสิงคโปร์นั้นต้องทำให้เพื่อนบ้านอิจฉาไม่น้อย
อยากเรียนว่า การบริหารประเทศให้เอื้อต่อการทำธุรกิจอย่างสิงคโปร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายทีเดียว เพราะจะต้องมีความพร้อมในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นระบบโลจิสติกส์ ระบบสาธารณนูปโภคขั้นพื้นฐาน ทัศนคติของภาครัฐต่อการทำธุรกิจของภาคเอกชน และรวมไปถึงความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความมั่นคง หรือเสถียรภาพของรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้นักธุรกิจจะตัดสินใจ ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจหรือไม่
หากเทียบกับเมืองไทยแล้ว ประเทศไทย มีความพร้อมไม่น้อยไปกว่าเพื่อนบ้านอื่นๆนัก อาจจะเว้นสิงคโปร์ที่เราตามเขาหลายก้าวทีเดียว
แต่กระนั้น อะไรหลายๆอย่างในประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนครับ ไม่ว่าจะโครงสร้างสาธารณนูปโภคขั้นพื้นฐานที่เริ่มเก่า และต้องได้รับการปรับปรุง และพัฒนาใหม่บ้าง ระบบโลจิสติกส์ในเมืองไทยถือว่าล้าหลังเหลือเกินเช่นกัน
ธรรมาภิบาล และความโปร่งใสของภาครัฐซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการทำธุรกิจนั้นคงไม่ต้องเรียนว่าประเทศไทยอยู่ในระดับไหน ท่านผู้อ่านคงจะรู้ๆกันดีอยู่ ว่าเรื่อง “ใต้โต๊ะ” “เงินสินบน” ในบ้านเรานั้นเป็นเรื่องสำคัญมากแค่ไหน
และที่สำคัญที่สุด คือเสถียรภาพของภาครัฐ ความมั่นคงของรัฐบาล แม้ว่าในขณะนี้ประเทศไทย จะถือว่ามีความมั่นคงพอสมควร แต่ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นระยะสั้นๆ ตราบใดที่ความแตกแยกทางความคิดทางการเมืองในประเทศไทยนั้นร้าวลึกลงไปถึงระดับสังคม ถึงระดับประชาชนที่ทำให้คนมองหน้ากันไม่ติดเช่นนี้ครับ
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่นักธุรกิจต่างชาติไม่น้อยเลือกที่จะชะลอการลงทุน ในไทยไปในระยะนี้เพราะต่างมองว่าเสถียรภาพของการเมืองนั้นยังไม่ชัดเจน
สิงคโปร์เป็นเบอร์ 1 มา 9 สมัยแล้ว ส่วนไทยอยู่ตรงไหนคนไทย และภาครัฐไทยเท่านั้นครับที่จะเป็นผู้ตอบได้







